เบื้องหลังเกาหลีเหนือต้องการอะไร ซ้อมยิงขีปนาวุธหลายรอบช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อะไรอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมสุดกร้าวของเกาหลีเหนือ หลังทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 7 ในรอบ 2 สัปดาห์ รวมไปถึงครั้งที่ยิงข้ามผ่านดินแดนญี่ปุ่น เกาหลีเหนือต้องการส่งสารอะไร และประชาคมโลกตอบสนองอย่างไร

เบื้องหลังเกาหลีเหนือต้องการอะไร ซ้อมยิงขีปนาวุธหลายรอบช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
  • กองทัพเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งที่ 7 ในรอบ 2 สัปดาห์ และนับเป็นครั้งที่ 40ของปีนี้ รวมไปถึงครั้งที่ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง ข้ามพรมแดนญี่ปุ่นไปตกในทะเลข้ามผ่านดินแดนญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นต้องอพยพประชาชนครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา
  • สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ประณามการกระทำของเกาหลีเหนือที่มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความสงบสุขของประเทศในภูมิภาค และยังละเมิดมติข้อห้ามของสหประชาชาติ ท่ามกลางความวิตกว่าเกาหลีเหนืออาจทดสอบอาวุธนิวเคลียร์รอบใหม่ โดยสหรัฐฯ เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า มีความเคลื่อนไหวที่ฐานทดสอบนิวเคลียร์พุงเยรี เมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา
  • ผู้แทนสหรัฐฯ กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ โทษเพื่อนบ้านรัสเซียกับจีนที่คอยสนับสนุนเกาหลีเหนือ ขณะที่จีนกล่าวตอบโต้ว่าสหรัฐฯ ต่างหากที่สองมาตรฐานและเป็นฝ่ายยั่วยุเกาหลีเหนือ

4 ปีที่ผ่านมาเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธแล้วกว่า 200 ครั้งและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์แล้ว 6 ครั้ง แต่ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยิงขีปนาวุธไปแล้ว 7 รวมไปถึงยิงขีปนาวุธ 2 ลูกเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยขีปนาวุธทั้งสองลูกถูกยิงขึ้นจากเขตมุนชอน ชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาหลีเหนือ ในจังหวัดคังวอน ลูกแรกพุ่งออกไปเป็นระยะทาง 350 กิโลเมตรทางตะวันออกของคาบสมุทร แตะระดับความสูง 100 กิโลเมตร ก่อนที่จะตกลงทะเลตะวันออก ที่รู้จักกันในชื่อ ทะเลญี่ปุ่น บริเวณนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ส่วนลูกที่สองก็มีวิถียิงใกล้เคียงกัน

นายโทชิโร อิโนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น แถลงว่าการยิงทดสอบขีปนาวุธทั้งสองลูกของเกาหลีเหนือ ตกลงในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น และเชื่อว่าเป็นการทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวจากเรือดำน้ำ เคราะห์ดีที่ในครั้งนี้ไม่มีรายงานว่าสร้างความเสียหายให้แก่เรือในทะเล แต่ทำให้เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นต้องกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง และสอดส่องเตรียมพร้อมตลอดเวลา

ด้านสภาความมั่นคงเกาหลีใต้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อประณามอย่างรุนแรงต่อการเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ว่าเป็นการสั่นคลอนเสถียรภาพซึ่งละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ขณะที่กองบัญชาการอินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ ประเมินว่า การยิงทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือนี้ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ หรือพันธมิตร

ปฏิกิริยาจากนานาประเทศ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ตุลาคม เสียงไซเรนดังขึ้นในเมืองมิซาวา จังหวัดอาโอโมริ ทางการประกาศเตือนให้ประชาชนหาที่กำบังเพื่อความปลอดภัย หลังจากพบว่าเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง ข้ามพรมแดนญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาประณามการกระทำเกรี้ยวกราดของเกาหลีเหนือที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องสั่งอพยพประชาชนเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

วันรุ่งขึ้น กองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้เปิดฉากทดสอบยิงขีปนาวุธจากพื้นสู่พื้น (surface-to-surface missiles) จำนวน 4 ลูก ไปตกยังเป้าหมายจำลองบริเวณทะเลตะวันออก โดยเป็นการทดสอบระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีของกองทัพบก (Army Tactical Missile Systems) จำนวนฝ่ายละ 2 ลูก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการซ้อมรบร่วมทดสอบความความสามารถของกองทัพสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ในการตอบโต้กับภัยคุกคาม

ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการประกาศมาตรการคว่ำบริษัทแถบเอเชีย ทั้งสิงคโปร์ ไต้หวัน และหมู่เกาะมาร์แชลล์ หลังพบการสนับสนุนเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่ สร้างความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาค

โดยรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อบุคคลและบริษัทแถบเอเชีย ที่ให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือละเมิดมาตรการข้อห้ามขององค์การสหประชาชาติ หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลายระลอกสร้างความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีและทั้งภูมิภาค

นับเป็นการประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดแรกของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีเหนือกลับมาร้อนระอุ หลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธถึง 6 ครั้ง ในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์

นักวิเคราะห์มองว่า แม้ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือเผชิญสถานการณ์ยากลำบากหลังเจอมาตรการคว่ำบาตรหลายระลอกจากสหรัฐฯ และพันธมิตร นับตั้งแต่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เมื่อปี 2560 แต่การทดสอบขีปนาวุธหลายระลอกของเกาหลีเหนือ แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือมีความพร้อมขึ้นมาในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ และทำให้สหรัฐฯ ต้องชั่งใจที่จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งบานปลายออกไป และเชื่อว่าเกาหลีใต้จะยังสามารถยับยั้งเกาหลีเหนือได้ และการป้องปรามเกาหลีเหนือในลักษณะนี้ต่อไปจะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจระหว่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ต่อไป

"สิทธิในการตอบโต้" ภัยคุกคามจากสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร

ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการทดสอบขีปนาวุธถี่ๆ ของเกาหลีเหนือมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีคิม จองอึน ยกระดับความพยายามเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของกองทัพภายในประเทศ และยังมีขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เกาหลีใต้และญี่ปุ่น กำลังมีปฏิบัติการซ้อมรบร่วมและลาดตระเวนทางทะเล รวมไปถึงภารกิจการกลับมาประจำการของเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ "ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน" ของเพนตากอน สหรัฐฯ ซึ่งกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือเคยออกมาเตือนว่า ท่าทีของสหรัฐฯ ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงในภูมิภาค

การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังตรงกับวันครบรอบปีที่ 77 ของวาระการก่อตั้งพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวของประเทศ และเป็นวันสำคัญของเกาหลีเหนือที่มักจะมีการจัดงานสวนสนามแสดงแสนยานุภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ

โดยโฆษกกองทัพอากาศเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์เผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์ KCNA ระบุว่า การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือถือเป็นภารกิจตามปกติ เป็นแผนมาตรการป้องกันด้านความมั่นคงของประเทศ และความสงบสุขของภูมิภาค ป้องกันภัยคุกคามทางตรงจากกองทัพสหรัฐฯ

เกาหลีเหนือระบุว่า การซ้อมรบระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ เป็นความท่าทีที่สุ่มเสี่ยงสำหรับเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะเมื่อมีเรือรบของสหรัฐฯ เข้ามาร่วมปฏิบัติการด้วย

บรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือตั้งใจที่จะขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ เพื่อต่อต้านการคว่ำบาตรของนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือ การให้สหรัฐฯ ยอมรับว่าเกาหลีเหนือเป็นรัฐผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยกเลิกการคว่ำบาตร.

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : AljazeeraJapan Times

คุณกำลังดู: เบื้องหลังเกาหลีเหนือต้องการอะไร ซ้อมยิงขีปนาวุธหลายรอบช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

หมวดหมู่: ต่างประเทศ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด