“บิ๊กโจ๊ก”รับมอบตัวรองอธ.กรมกิจการเด็กพร้อมพวกทำร้ายเด็ก-ข่มขู่ห้ามเด็กช่วยขยายผลค้ามนุษ...

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร. พร้อม พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท.และเจ้าหน้าที่ที่เกี...

“บิ๊กโจ๊ก”รับมอบตัวรองอธ.กรมกิจการเด็กพร้อมพวกทำร้ายเด็ก-ข่มขู่ห้ามเด็กช่วยขยายผลค้ามนุษ...

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร. พร้อม พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมารับมอบตัว นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ อายุ 55 ปี รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและครอบครัว โดยกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ขัดขวางการสืบสวน การสอบสวน การฟ้องร้อง หรือการดำเนินคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อมิให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขู่เข็ญ ข่มขู่ ข่มขืนใจ หรือกระทำการอันมิชอบประการอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 54 (5) และนายสุวัฒน์ เผ่าพันธุ์ อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกล่าวหาว่าขัดขวางการสืบสวน การสอบสวน การฟ้องร้อง หรือการดำเนินคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อมิให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขู่เข็ญ ข่มขู่ ข่มขืนใจ หรือกระทำการอันมิชอบประการอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 54 (5), ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 392

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พ.ย.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งถูกบังคับค้าประเวณีได้จำนวนหนึ่งจนนำไปสู่การขยายผลดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นแม่เล้าและผู้ซื้อบริการทางเพศเด็กรวมทั้งสิ้นกว่า 30 ราย พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ขุนทะเล จว.สุราษฎร์ธานี ซึ่งในกลุ่มลูกค้ามีทั้งลูกอดีตนักการเมือง หมอ ทหาร เป็นต้น ต่อมาเมื่อประมาณเดือน เม.ย.65 หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นายสุวัฒน์ และนายพิสิฐ กรณีที่มีการทำร้ายร่างกายเด็กที่เป็นผู้เสียหายในบ้านพักเด็ก และมีการข่มขู่หัวหน้าบ้านพักเด็ก และครอบครัว จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ให้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม โดยทั้งสองมีพฤติกรรม ในช่วงระหว่างเดือน ธ.ค.64 ถึง ต้นเดือน ก.พ.65 นายพิสิฐ มีการโทรศัพท์สั่งหัวหน้าบ้านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสั่งให้ส่งเด็กที่เป็นผู้เสียหายคดีค้ามนุษย์ดังกล่าวไปรับการดูแลที่อื่นและไม่ให้มีการขยายผลติดตามเด็กผู้เสียหายหรือผู้ซื้อบริการทางเพศเด็กเพิ่มเติมอีก นอกจากนี้นายสุวัฒน์ ยังทำร้ายร่างกายเด็กผู้เสียหายที่ให้ความร่วมมือในการขยายผลกับเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องหาทั้งสองถูกดำเนินคดี ดังนี้

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างรวดเร็วและยุติธรรม เนื่องจากเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลเยียวยาเด็กที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยตรง ซึ่งควรจะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองให้เด็กผู้เสียหายได้รับความปลอดภัยและได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ มิใช่ทำให้ ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจซ้ำเติมอีก ทั้งนี้กำชับพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียดรอบคอบเพื่อให้ความยุติธรรมปรากฏ และขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ยึดหลักในการเอาผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง และคุ้มครองดูแลผู้เสียหายให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติให้ได้โดยเร็ว

สำหรับนายแสงโรจน์ หรือโอห์ม หรืออ้วน กาญจนะ ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และถูกเพิกถอนการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยาน โดยถูกดำเนินคดี ดังนี้ในพื้นที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จำนวน 1 คดี มีผู้เสียหาย 2 ราย น.ส.กิ๊ก 17 ปี , น.ส.ออม อายุ 17 ปี ในพื้นที่ สภ.ขุนทะเล จำนวน 3 คดี มีผู้เสียหาย 5 ราย ด.ญ.นิ่ม 14 ปี , ด.ญ.เชียร์ 13 ปี , ด.ญ.ตูน 15 ปี , ด.ญ.อัน15 ปี และ ด.ญ.มิวอ้วน 15 ปี โดยกล่าวหาว่า กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปีและปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท

คุณกำลังดู: “บิ๊กโจ๊ก”รับมอบตัวรองอธ.กรมกิจการเด็กพร้อมพวกทำร้ายเด็ก-ข่มขู่ห้ามเด็กช่วยขยายผลค้ามนุษ...

หมวดหมู่: ข่าว

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด