บิ๊ก ขรก.เอี่ยวซื้อบริการเด็กมอบตัว "บิ๊กโจ๊ก" เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการ

บิ๊ก ขรก.เอี่ยวซื้อบริการเด็กมอบตัว "บิ๊กโจ๊ก" เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการ

2 บิ๊ก ขรก.เข้ามอบตัว "บิ๊กโจ๊ก" ซื้อบริการเด็กถึงตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี สั่งเร่งสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการศาลทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 คาดโทษหนักโดนหลายข้อหา

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่ถูกบังคับค้าประเวณีได้จำนวนหนึ่งในพื้นที่ สภ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี และมีการนำไปขยายผลดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เป็นแม่เล้า และผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องกว่า 30 ราย ต่อมาหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แจ้งความร้องทุกข์กับ นายสุวัฒน์ เผ่าพันธุ์ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กรณีที่มีการทำร้ายร่างกายเด็กผู้เสียหายในบ้านพักเด็ก และมีการข่มขู่หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค.65 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ก.8 หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบช.ภ.8 รรท. ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, พล.ต.ต.นภัณต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมารับมอบตัว นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ อายุ 55 ปี รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและครอบครัว และนายสุวัฒน์ เผ่าพันธุ์ อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาที่ติดต่อเข้ามอบตัว

โดยทั้ง 2 มีพฤติกรรมในช่วงระหว่างเดือน ธ.ค.64 ถึงต้นเดือน ก.พ.65 นายพิสิฐ ได้มีการโทรศัพท์สั่งหัวหน้าบ้านพักเด็กและเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้สั่งให้ส่งเด็กที่เป็นผู้เสียหายคดีค้ามนุษย์ดังกล่าวไปรับการดูแลที่อื่น และไม่ให้มีการขยายผลติดตามเด็กผู้เสียหายหรือผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก เพิ่มเติมอีก อีกทั้งนายสุวัฒน์ ยังได้ทำร้ายร่างกายเด็กผู้เสียหายที่ให้ความร่วมมือในการขยายผลกับเจ้าหน้าที่

ผู้ต้องหาทั้ง 2 ถูกดำเนินคดีกับ นายพิสิฐ โดยกล่าวหาว่า "เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยทุจริต, ขัดขวางการสืบสวน การสอบสวน การฟ้องร้อง หรือการดำเนินคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อมิให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขู่เข็ญ ข่มขู่ ข่มขืนใจ หรือกระทำการอันมิชอบประการอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอัน มิชอบด้วยหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์, มาตรา 157, พ.ร.บ.ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และ พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 54 (5)

ในส่วนดำเนินคดี นายสุวัฒน์ โดยมีพฤติการณ์ในการทำร้ายร่างกาย ด.ญ.อัน ภายในบ้านพักเด็ก และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ขัดขวางการสืบสวน การสอบสวน การฟ้องร้อง หรือการดำเนินคดีความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อมิให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขู่เข็ญ ข่มขู่ ข่มขืนใจ หรือกระทำการอันมิชอบประการอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ" อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 54 (5), ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 392

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างรวดเร็วและยุติธรรม เนื่องจากเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลเยียวยาเด็กที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยตรง ซึ่งควรจะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองให้เด็กผู้เสียหายได้รับความปลอดภัยและได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ มิใช่ทำให้ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจซ้ำเติมอีก ทั้งนี้ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียด รอบคอบเพื่อให้ความยุติธรรมปรากฏ และขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ยึดหลักในการเอาผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง และคุ้มครองดูแลผู้เสียหายให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติให้ได้โดยเร็ว

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับ นายแสงโรจน์ หรือ โอห์ม หรือ อ้วน กาญจนะ ผู้ต้องหา ถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และถูกเพิกถอนการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยาน โดยถูกดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จำนวน 1 คดี มีผู้เสียหาย 2 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 17 ปี ในพื้นที่ สภ.ขุนทะเล จำนวน 3 คดี มีผู้เสียหาย 5 ราย เป็นเด็กหญิง อายุ 14 ปี, 13 ปี และอายุ 15 ปี 3 ราย โดยกล่าวหาว่า กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษ จำคุก ตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท

"พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เสร็จ จะปล่อยตัวโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน เนื่องจากเป็นการเข้ามอบตัวก่อนที่จะออกหมายจับ จากนั้นพนักงานสอบสวนจะรวบรวมสำนวนการสอบสวนปากคำและพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการศาลทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ส่วนในคดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม พนักงานจะเป็นผู้พิจารณาสำนวนส่งความเห็นต่อไปยังพนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์เพื่อพิจารณาส่งฟ้องในคดีค้ามนุษย์ต่อไป" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว.

คุณกำลังดู: บิ๊ก ขรก.เอี่ยวซื้อบริการเด็กมอบตัว "บิ๊กโจ๊ก" เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการ

หมวดหมู่: อาชญากรรม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด