บล.เอเซีย พลัส คาดเครดิตสเปรดบ.ไทย-สหรัฐ ติดลบหนัก กดดันฟันด์โฟลว์ไหลออก

บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นไทยไตรมาส3นี้ยังไซด์เวย์ดาวน์ สาระพัดปัจจัยลบนอกประเทศกดดัน เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงถดถอย เงินเเฟ้อสูงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง คาดกนง.ขึ้น 3 ครั้ง เพิ่มส่วนต่างเครดิตสเปรดสหรัฐ-ไทย ติดลบหนัก 2.25% กดดันฟันด์โฟลว์ไหลออก 1-2 พันล้านบาทต่อวัน 

บล.เอเซีย พลัส คาดเครดิตสเปรดบ.ไทย-สหรัฐ ติดลบหนัก กดดันฟันด์โฟลว์ไหลออก

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 ปี 2565 ยังมีแนวโน้มไซด์เวย์ดาวน์ แม้ว่าการปรับตัวลงจะลดลงน้อยกว่าตลาดอื่น และเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังไม่มีความกังวลเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (จีดีพีติดลบสองไตรมาสติดต่อกัน)เนื่องจากครึ่งปีหลัง 2565 การเปิดเมืองและเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ น่าจะช่วยฟื้นการท่องที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยได้ดีขึ้น

แต่ยังระวังมีความเปราะบาง จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังล่าช้าประเทศอื่น กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีโอกาสปรับลดลงทั้งไตรมาสต่อไตรมาสและปีต่อปี

และระยะถัดไปยังหลายปัจจัยความเสี่ยงต่างประเทศ ที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกและหุ้นไทยผันผวน ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสค่อนข้างมากที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัวล และมีความกังวลจีดีพีสหรัฐไตรมาส2 ปี 2565 ติดลบต่อเนื่องตากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงจากแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสมากที่จะปรับขึ้นดอกบี้ยต่อเนื่องในช่วงที่เหลือปีนี้ ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวได้ ในช่วงครึ่งปีหลัง และการที่เฟดทยอยลดขนาดงบดุล 4.75 หมื่นล้านดดอลลาร์ต่อเดือน ดูสภาพคล่องส่วนเกินออกจากระบบ

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย ประเมินในช่วงที่เหลือปีนี้ คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย4 ครั้ง ทำให้สิ้นปีนี้ดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่ที่ 3.5% และคาด กนง. ขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง (ครั้งละ 0.25%) ทำให้สิ้นปีนี้ ดอกเบี้ยนโยบายของไทย อยู่ที่ 1.25%

ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐกับไทย(เครดิตสเปรด) ติดลบมากขึ้นมาอยู่ที่ 2.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25%หรือทะลุ 1%สะท้อนกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ยังไหลออกได้ต่อเนื่อง คาดว่าไหลออกเฉลี่ย 1,000-2,000 ล้านบาทต่อวันเทียบช่วงวิกกติแฮมเบอร์เกอร์ ดอกเบี้ยสหรัฐกับไทยมีเครดิตสเปรดต่างกัน ติดลบ 1% และมีเงินไหลออก 2 พันล้านบาทต่อวัน

นอกจากนี้ทิศทางค่าเงินบาท เทียบดอลลาร์ ใยระยะสั้นแข็งค่าและระยะยาวอ่อนค่า หลังเงินบาทอ่อนค่าผ่านแนวต้านสำคัญที่ 35.5 บาทต่อดอลลาร์ จนทะลุ 36 บาทต่อดอลลาร์ไปแล้วและคาดว่า ยังมีโอกาสอ่อนค่าแตะ 36.5ได้ ทำให้กดดันฟันด์โฟลว์ยังไหลออกมากขึนได้ต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

นายเทิดศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยภายใต้มุมมองกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยไทย 3 ครั้ง แนวต้านสิ้นปีนี้ 1,750 จุด และแนวรับบวกลบ 1,500 จุด โดยในไตรมาส 3 ปีนี้ มองแนวต้านสำคัญ 1,620 แนวรับ และปรับตัวลงต่อได้ หากดัชนีต่ำกว่า 1,570 เป็นจุดเหมาะสมเข้าซื้อ ทยอยสะสม ที่แนวรับแรก 1,540 จุด และถัดไป 1,515 จุด และ1,500 จุดบวกลบ กลุ่มหุ้นน่าลงทุน มี 3 ธีม ได้แก่ 1.ธีม หุ้นเปิดเมือง (หุ้นเทิร์นอะราวด์) เช่น CRC BEM CPN CENTEL 2.ธีมเงินบาทอ่อนค่า เช่น CPF 3. ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และสินเชื่อเติบโต กลุ่มแบงก์ เช่น KTB ส่วนในกลุ่มสื่อสาร อย่างTRUE ที่ยังมีอัพไซต์จากแผนการควบรวมใกล้เสร็จสิ้น

คุณกำลังดู: บล.เอเซีย พลัส คาดเครดิตสเปรดบ.ไทย-สหรัฐ ติดลบหนัก กดดันฟันด์โฟลว์ไหลออก

หมวดหมู่: หุ้น-การเงิน

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด