‘ชัชชาติ’ เชื่อ ‘ไว้ใจ’ มีพลังกว่าบังคับกม. ขอเอกชน ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ ช่วงฝุ่นหนา จ่อประกา...

‘ชัชชาติ’ เชื่อ ‘ไว้ใจ’ มีพลังกว่าบังคับกม. ขอเอกชน ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ ช่วงฝุ่นหนา จ่อประกา...

‘ชัชชาติ’ เชื่อพลังความไว้ใจ มีค่ากว่าบังคับใช้กฎหมาย วอนเอกชนร่วม ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ ช่วงฝุ่นหนา จ่อประกาศเขตควบคุมฯ หยุดกิจกรรมก่อฝุ่น

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่ห้องประชุม ชั้น 19 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 22/2565 เรื่องมาตรการ Work from Home ในช่วงที่มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 จำนวนมาก

นายชัชชาติกล่าวว่า ถ้าเป็นช่วงวิกฤตต้องขอความร่วมมือ หากมองในมิติหนึ่ง การเวิร์กฟรอมโฮม (Work from Home) เป็นตัวที่จะช่วย ไม่ใช่แค่เรื่องฝุ่น PM 2.5 แต่จะช่วยในเรื่องทางกายภาพบนท้องถนน เกี่ยวกับการจราจรที่ติดขัดด้วย ซึ่งรูปแบบการทำงาน ก็จะมีความเปลี่ยนไปพอสมควร เป็นเรื่องของการตัดสินใจทางธุรกิจของบริษัทห้างร้านต่างๆ เพราะบางครั้งการมาทำงาน ในช่วงวิกฤตฝุ่น PM 2.5 อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง

“กทม.ไม่มีอำนาจในการบังคับ ยกเว้นในกรณีที่มีระดับความรุนแรงเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ขึ้นไป อาจจะมีการประกาศพื้นที่ควบคุมบางส่วน ซึ่งต้องใช้อำนาจอีกระดับหนึ่ง การเวิร์กฟรอมโฮมไม่สามารถทำได้ง่าย แต่เรื่องการควบคุมก่อสร้าง ควบคุมการเข้ามาของรถในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถประกาศควบคุมได้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า การเวิร์กฟรอมโฮมเอง อาจจะเป็นเรื่องที่ลำบาก เพราะบริษัทห้างร้านต่างๆ ไม่ได้เป็นต้นตอในการก่อมลพิษ หรือเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น ซึ่ง กทม.ไม่มีอำนาจในการสั่งการโดยตรง แต่จะเป็นการขอความร่วมมือมากกว่า อาจจะต้องขอผ่าน คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนของกรุงเทพมหานคร (กรอ.กทม.) ยกตัวอย่างเช่น กรณีน้ำท่วมที่ ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ได้แนะนำเรื่องเวิร์กฟรอมโฮม ก็มีหลายหน่วยงานได้มีการให้พนักงานช่วยเวิร์กฟรอมโฮม ซึ่งทำให้วันที่ฝนตกหนักการจราจรในช่วงเย็นเบาบางลง

“จริงๆ แล้ว สำคัญอยู่ที่ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ โดยได้มีการพูดคุยกับคณะผู้บริหาร ว่าหน้าที่ของกทม. สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความไว้วางใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน โดยที่ผ่านมา หากภาคเอกชนไม่ไว้ใจภาครัฐ การทำงานก็จะยากขึ้น ถ้าไว้ใจซึ่งกันและกันก็จะเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าการบังคับใช้กฎหมายอีก” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่า 3-4 เดือนที่ผ่านมา กทม.พยายามสร้างความไว้ใจระหว่างภาครัฐกับประชาชนให้มากขึ้น

“ถึงเรามีงบประมาณเป็นแสนล้าน ก็ไม่สามารถซื้อความไว้วางใจได้ ยกตัวอย่างเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันที่ กทม.สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘ทราฟฟี่ฟองดูว์’ ได้ 100,600 เรื่อง จากตัวเลขคนที่แจ้งเหตุเข้ามา 160,000 เรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่าประชาชนยอมแจ้งผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ เพราะไว้ใจว่า กทม.สามารถแก้ปัญหาให้ได้ เป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่ต้องเสียงบประมาณ พอความไว้ใจเพิ่มมากขึ้น อนาคตการขอความร่วมมืออาจจะมีพลังมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ถ้าช่วงเวลานี้ฝุ่นจะเยอะ ก็ถึงเวลาแล้วที่จะขอความร่วมมือให้เวิร์กฟรอมโฮม เป็นต้น” นายชัชชาติกล่าว

คุณกำลังดู: ‘ชัชชาติ’ เชื่อ ‘ไว้ใจ’ มีพลังกว่าบังคับกม. ขอเอกชน ‘เวิร์กฟรอมโฮม’ ช่วงฝุ่นหนา จ่อประกา...

หมวดหมู่: ข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด