หมอธีระวัฒน์ แชร์ประสบการณ์ ติดโควิดโอมิครอน BA4/5 คาด ก.ย.-ต.ค. เกิดสายพันธุ์ใหม่

หมอธีระวัฒน์ แชร์ประสบการณ์ ติดโควิดโอมิครอน BA4/5 คาด ก.ย.-ต.ค. เกิดสายพันธุ์ใหม่

หมอธีระวัฒน์ แชร์ประสบการณ์ ติดโควิดโอมิครอน BA4/5 คาด ก.ย.-ต.ค. เกิดสายพันธุ์ใหม่

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” บอกเล่าประสบการณ์การติดโควิด โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ประสบการณ์หมอเองติดโอมิครอน BA4/5 หมอเองติดไปแล้วตั้งแต่ 10 มิถุนายน และเช่นเดียวกับอีกหลายคนตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน แม้ว่าหลายคนจะฉีดเข็มที่ 4 หรือ 5 หรือ 6 ไปแล้ว

พิสูจน์ว่า วัคซีนกัน “การติด” โอมิครอนไม่ดี โดยเฉพาะสายย่อยนี้

แต่อานิสงส์ของการฉีดวัคซีน “3 เข็มโดยเข็มสุดท้ายเป็น mRNA” จะลดความเสี่ยงอาการหนักได้ แต่ถ้าอาการมากขึ้นอย่านิ่งนอนใจ

ถ้าฉีดเชื้อตายให้เริ่มนับใหม่ ถ้าฉีด AZ ต้องตามด้วย mRNA และถ้าจะให้หลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของวัคซีนให้ได้มากที่สุดควรต้องฉีด “ชั้นผิวหนัง”

สรุป บทเรียนจากเดือนมิถุนายนนี้จากตัวเอง และรอบข้างที่ติด

1.อย่าเชื่อ ATK ถ้ายังขีดเดียวและมีอาการไม่สบายให้รีบแยกตัว เริ่มฟ้าทะลายโจร อย่ากินตามฉลาก ให้เทียบว่ายี่ห้อนั้นมี แอนโดรกราโฟไลท์ เท่าไหร่ ให้ทาน = 60 มก. เช้า กลางวัน เย็น 5 วัน ในเด็กทาน 10 มก. เช้า กลางวันเย็น 5 วันเช่นกัน

สังเกตตนเอง ถ้าเริ่มแย่ลง เอาไม่อยู่ให้เรียกเพื่อน ส่ง รพ. (ตลอดเดือนกรกฎาคมถึงวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ รพ. มักเต็ม รอคิวเพียบ!!)

2.ฟาวิพิราเวียอาจได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยได้ อย่าชะล่าใจ

ตามที่คณะของเราได้เคยรายงานไปแล้วว่าเริ่มดื้อมานานพอควรแล้ว
ทั้งนี้ แม้ว่ารักษาทันที ตั้งแต่วันแรก ใช้ยาถูกขนาด แต่รหัสพันธุกรรมตั้งแต่สมัยอัลฟา และ เดลต้า ผันแปรไปจากเดิมเยอะมากและเมื่อรักษาไปครบห้าวันกลับไม่ได้ผล

อาการปอดบวมมากขึ้นโดยมีรหัสพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงไปอีกมากและต้องทำการเปลี่ยนยาใช้ ยาฉีด remdesivir

3.ห้ามชะล่าใจเด็ดขาด เมื่อไม่สบาย และคิดว่าอาการไม่หนัก ทั้งนี้คงจำกันได้ โควิดทำให้ออกซิเจนต่ำโดยไม่รู้ตัว (happy hypoxemia) หมอเองต้องเดิน 6 นาทีความอิ่มตัวของออกซิเจนเริ่ม <96% และเหนื่อยล้ามาก จนต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาด้วยยาฉีด เพราะชะล่าใจว่าไม่น่าติด และทำงานได้ มีแต่ fatique บ้าง จนอาการยกระดับขึ้นมากมาย

4. ติดสายย่อยทันสมัยนี้ไปแล้ว อย่าทะนงตัวว่า มีภูมิคุ้มกันทั้งสองแบบ คือจากวัคซีนที่เคยฉีดแล้วมีติดเชื้อตามธรรมชาติ

เพราะโอมิครอนสายย่อยนี้ วัคซีนที่เคยฉีด รวมทั้งที่เคยติดโควิดมาก่อน เมื่อเจอกับโอมิครอนสายทันสมัยนี้ ภูมิคุ้มกันจะไปต่อสู้กับสายเดิมตั้งแต่อู่ฮั่น อังกฤษ เดลต้า ภูมิต่อโอมิครอน ขึ้นน้อยมาก จนถูกขนานนามว่า สามารถทำให้เกิด hybrid immune damp คือ “ภูมิเดี้ยงไปเลย”

5.“อาจ” สบายใจได้ประมาณ 2-3เดือน (ถ้าโชคดี) และเตรียมตัวติดใหม่ได้

คนที่ติด โอมิครอน BA 1/2 ไปหยกๆ อาจติด 4/5 ได้เลย ไม่ต้องรอ 2-3 เดือน

6.รายงานจากต่างประเทศจะว่าลองโควิดจากโอมิครอนน่าจะน้อยกว่าโควิดก่อนหน้า แต่ทั้งนี้ เป็นโอมิครอนสมัยแรก และสายย่อยใหม่นี้ ถ้าติดซ้ำซ้อนหลายครั้งจะเกิดอะไรขึ้น กับ ลองโควิด

7.ประมาณกันว่าภายในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ โควิดน่าจะปรับเปลี่ยน ทั้งนี้เป็นโอมิครอนสายย่อยใหม่หรือเป็นสายใหม่ หรือ เรียกง่ายๆ แล้วกันว่า สายทันสมัยกว่า

สรุปว่า : ถ้าไม่ติดได้จะเป็นดี หรือถ้า “ซวย” ติดไปแล้ว หัวใจสำคัญ รักษาเร็วที่สุดให้หายเร็วที่สุดเพื่อกันลองโควิด

ข้อสังเกตุ : ยาต้านไวรัส molnupiravir ยังใช้กันได้ paxlovid ในบางราย ระวัง rebound ดูหายแลัว ไวรัสปะทุใหม่ และติดคนอื่นต่อได้ ยาต้านในเดือนกรกฎาคมนี้ หลาย รพ .ไม่ให้เบิก เป็นขายแล้ว

molnupiravir ชุดละเป็นหมื่น
ข้อปลอบใจ:เบื่อไหม เบื่อ แต่ชีวิตต้องอยู่ให้ได้ ประเทศต้องเดินหน้าต่อ มีวินัยกันต่อก็ไม่เสียหาย

คุณกำลังดู: หมอธีระวัฒน์ แชร์ประสบการณ์ ติดโควิดโอมิครอน BA4/5 คาด ก.ย.-ต.ค. เกิดสายพันธุ์ใหม่

หมวดหมู่: ข่าว

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด