เครดิตบูโร ร่ายยาว หลังพรรคดังเสนอนโยบายเลิกแบล็กลิสต์ ใช้เครดิตสกอร์แทน

เครดิตบูโร ร่ายยาว หลังพรรคดังเสนอนโยบายเลิกแบล็กลิสต์ ใช้เครดิตสกอร์แทน

เครดิตบูโร ร่ายยาว 6 ข้อ หลังพรรคดังเสนอนโยบายเลิก "แบล็กลิสต์" ใช้ "เครดิตสกอร์" แทน หวั่นความเสียหายจะพุ่งสูงเหมือนตอนวิกฤติปี 40

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร กล่าวว่า ตามที่มีการประกาศนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์และเสนอแนวทางการใช้เครดิตสกอร์ริ่งมาแทนในระบบสินเชื่อ นั้นเราขอนำเสนอข้อมูลดังนี้

1. แบล็กลิสต์มีอยู่ในรายงานเครดิตบูโรหรือไม่ คำตอบ คือ ไม่มีส่วนใดในรายงานเครดิตบูโรที่จะระบุว่า บุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้รายนั้น เป็นคนที่ไม่สมควรจะคบค้าสมาคม ไม่สมควรจะทำธุรกิจด้วย หรือไม่สมควรที่จะได้สินเชื่อใหม่ที่กำลังยื่นขออยู่

2. ประวัติการชำระหนี้ที่อยู่ในรายงานเครดิตบูโรนั้นมาได้อย่างไร คำตอบคือ สถาบันการเงินสมาชิกของเครดิตบูโรเป็นคนส่งมาให้ทุกเดือนครับ มาตามที่กฎหมายกำหนด ใครมาเป็นสมาชิกก็ต้องส่งข้อมูลมาครับ คนทำธุรกิจจำนำทะเบียนหลายๆ รายที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET เขาไม่มาเป็นสมาชิก เขาก็ไม่ได้ส่งข้อมูลมา

ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์หลายรายก็แบบเดียวกัน และการมาเป็นสมาชิกเครดิตบูโรก็ด้วยความสมัครใจของสถาบันการเงินนั้นเอง หลายธนาคารต่างประเทศก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร ดังนั้นใครไปเป็นลูกหนี้กับสถาบันการเงินเหล่านั้น ข้อมูลประวัติการชำระหนี้สินเชื่อของท่านก็ไม่มาที่ระบบเครดิตบูโร

3. ประวัติที่ถูกส่งมายังระบบเครดิตบูโร คือ ประวัติการชำระหนี้ตามที่ลูกค้ามีบัญชีอยู่ ถ้าจ่ายได้ตามกำหนด ตามสัญญา ข้อมูลจะบอกว่าไม่ค้างชำระ

แต่ถ้าไม่ได้ไปจ่ายด้วยเหตุผลใดก็ตาม รายงานก็จะระบุว่าค้างชำระ ตามความจริง พราะถ้าคนส่งข้อมูลไม่ดูแลความถูกต้อง เขาจะมีความผิดในการส่งข้อมูลและมีโทษในทางอาญา ดังนั้น CEO ของสถาบันการเงินสมาชิกเครดิตบูโรจะเข้มงวดเรื่องนี้มาก

นายสุรพล กล่าวอีกว่า สมมติว่าเดือน เม.ย. 65 ไม่ได้จ่ายชำระหนี้ ก็จะรายงานว่า เดือน เม.ย. 2565 ค้างชำระ พอเดือน พ.ค. 65 ลูกหนี้เอาเงินไปเคลียร์สองยอด ยอดแรกคือของเก่าเดือน เม.ย. และยอดครบกำหนดปัจจุบันคือเดือน พ.ค.ได้เรียบร้อย ประวัติก็จะแสดงว่า เดือน พ.ค.ไม่ค้างชำระ

"ตามความเข้าใจของผม คือพรรคการเมืองเขาเสนอให้ลบความจริงเดือน เม.ย.2565 ออกไป คำถามคือ เราลบความจริงในประวัติเพื่อให้คนพิจารณาเงินกู้ไม่เห็น ไม่ให้แสดงความจริง กฎหมายมันบอกว่าสถาบันการเงินสมาชิกเครดิตบูโรต้องส่งข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย ย้ำว่าต้องถูกต้อง"

อย่างไรก็ตาม หากลบแล้วข้อมูลประวัติก็จะแหว่ง เพราะหายไป 1 เดือน คือ เดือน เม.ย. คนพิจารณาให้กู้เขาก็จะรู้โดยอ้อมหรือไม่ว่า ข้อมูลผิดปกติ แล้วคนฝากเงินที่เขาเอาเงินมาฝากเพื่อให้สถาบันการเงินเอาเงินไปให้กู้ต่อ เขาจะสบายใจหรือไม่ว่า สถาบันการเงินจะมีข้อมูลครบในการพิจารณาสินเชื่อ

"เราๆ ท่านๆ เคยมีประสบการณ์ที่เกิดในปี 2540 มาแล้วว่าเพราะคนปล่อยกู้มีข้อมูลไม่ครบ ไม่เห็นนิสัย ประวัติการชำระหนี้ แต่ปล่อยกู้ไป ความเสียหายก็เกิดขึ้นนับเป็นเงินระดับล้านๆ บาท ผ่านมา 20 กว่าปีก็ยังใช้ไม่หมด คนเสนอนโยบายก็มีประสบการณ์ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย"

4. ระบบการให้สินเชื่อเรายังไม่ตอบโจทย์ ยังมีคนตัวเล็ก SME ขนาดจิ๋ว ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ หรือถ้าเข้าได้ก็โดนดอกเบี้ยแพง ยิ่งหลังโควิดมีแผลเป็นจากการชำระหนี้ เช่น เป็นคนเคยค้างแต่ตอนนี้ดีแล้ว เป็นคนเคยประนอมหนี้แต่ตอนนี้กลับมาชำระปกติได้แล้ว

รวมถึงเป็นคนที่ยังมีคนค้าขายด้วย มีคนสั่งซื้อของแต่มีประวัติว่าเคยค้าง หรือแม้แต่ ปี 2562 ก่อนโควิด-19 ชำระหนี้ได้ทุกบัญชี ชำระหนี้ได้เต็มปี 12 เดือน พอปี 2563 เจอโควิด-19 ปี 2564 เจอเดลตา ปี 2565 เป็นหนี้เสียค้างเกินสามงวด เกิน 90 วัน เป็นหนี้ NPLs รหัส 21 เวลานี้เศรษฐกิจกลับมาแล้ว แต่แผลเป็น คือ เป็นหนี้เสีย เข้าไม่ถึงเพราะกติกามันบอกว่าต้องปรับโครงสร้างหนี้ก่อนถึงจะใส่เงินใหม่ หนี้ใหม่เข้าไปได้

5. การจะได้เงินใหม่ หนี้ใหม่ ก็ต้องมีข้อมูลว่ามีรายได้แล้ว หรือคือ income shock เกิดหลุมรายได้ ข้อมูลด้านอื่นๆ เช่น ใช้น้ำใช้ไฟ ชำระหนี้ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ตรงเป๊ะ ไม่ค้างนะ ไม่เหนียวหนี้ หรือแม้แต่เป็นลูกจ้าง Platform ขายอาหาร ส่งของ ส่งสินค้า หรือมีข้อมูลจากผู้ซื้อที่เป็นกิจการของเจ้าสัว ว่าตัวเราเป็นซัพพลายเออร์ของเขานะ มียอดขายรายเดือนเท่านั้นเท่านี้

ถ้าเรามีข้อมูลแบบนี้ที่เรียกว่าข้อมูลทางเลือก (Alternative data) ไปให้กับคนขอกู้ได้มันก็จะไปช่วยสมานแผลเป็นจากประวัติชำระหนี้ค้าง คิดง่ายๆ คือเราต้องการฮีรูดอยล์เอาไปทาแผลเป็นให้ผิวเราดีและสวยใกล้เคียงเดิม

แนวคิดนี้ในหลายประเทศข้างๆ เราก็ทำเช่น เครดิตบูโรของลาว ที่เอาข้อมูลค่าน้ำค่าไฟเข้าระบบ เครดิตบูโร กัมพูชาเอาข้อมูลเช็คเด้งเข้าระบบ เพราะเขารู้ว่ามันมีแผลเป็น บ้านเราข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในมือกิจการขนาดใหญ่ Platform รัฐวิสาหกิจ ถ้าท่านเหล่านั้นยอมส่งข้อมูลไปยังสถาบันการเงินตามคำขอของลูกค้า ในฐานะเจ้าของข้อมูล ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำเป็นขั้นตอนทางดิจิทัล ผ่านมือถือ ก็จะทัดเทียมประเทศอื่นๆ

ประเด็น คือ การใช้ การแชร์ การส่งต่อข้อมูล ในโลกหลังโควิดข้อมูลเพิ่มก็จะช่วยให้รู้จักลูกค้าเพิ่ม แต่ในทางกลับกัน ถ้าลูกค้าเหนียวหนี้ ไม่ไปจ่ายหนี้สาธารณูปโภค ก็ไม่ได้สินเชื่อ แล้วเราต้องมีนโยบายเลือกตั้งครั้งหน้าให้ลบประวัติการค้างชำระหนี้พวกนี้อีกหรือไม่

6. ถ้าเราเอาข้อมูลทั้งระบบเก่า คือ ประวัติการชำระหนี้ กับข้อมูลทางเลือกใหม่ มาผสมกันแบบที่ธนาคารโลกสนับสนุน และบ้านเราก็มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานไปดำเนินการมากว่า 5-7 ปีที่แล้วในเรื่อง Ease of Doing business ถ้าเราทำให้จบเวลานั้น เราคงไม่มาพูดกันในเวลานี้ แต่ไม่เป็นไร มันไม่สายที่จะทำ

แม้แต่ทางธุรกิจโทรคมนาคมเข้ามีหนังสืออย่างเป็นทางการขอส่งและแลกข้อมูลของมือถือ (Mobile data) กฎหมายและผู้คุมกฎหมายก็ยังไม่อนุมัติให้ทำได้ เพราะกฎหมายในปัจจุบันมันไม่เปิดช่อง (ตีความแล้ว)

"การกลับไปลบความจริงที่เกิดขึ้นในการชำระหนี้ตามความเข้าใจของผมแล้วเชื่อว่ามันจะช่วย อยากให้ช่วยกันคิดให้ครบ ไม่สุกเอาเผากิน ใช้ความรู้จริง ไม่ใช้ความรู้สึก นโยบายต้องมาจากความจริง ความดี มันถึงจะงอกเป็นความงาม และต้องไม่ทำร้ายระบบเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอ".

อ่านทั้งหมดที่นี่

คุณกำลังดู: เครดิตบูโร ร่ายยาว หลังพรรคดังเสนอนโยบายเลิกแบล็กลิสต์ ใช้เครดิตสกอร์แทน

หมวดหมู่: หุ้น-การเงิน

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด