ล้มทั้งยืน ถูกแฟนหลอกให้ทุบบ้าน สุดท้ายชิ่งหนี เหลือแต่หนี้กับเสาไว้ดูต่างหน้า

ล้มทั้งยืน ถูกแฟนหลอกให้ทุบบ้าน สุดท้ายชิ่งหนี เหลือแต่หนี้กับเสาไว้ดูต่างหน้า

ครอบครัวทุกข์ระทม ลูกชายถูกสะใภ้หลอกให้ทุบบ้าน อ้างจะมาสร้างให้ใหม่ สุดท้ายหอบเงินชิ่งหาย เหลือแต่หนี้กับเสาไว้ดูต่างหน้า เผยอยากให้สะใภ้กลับมารับผิดชอบ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 มกราคม 2566 ในรายการ"เปิดปากกับภาคภูมิ"ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ได้พูดคุยกับ ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ เหาะสูงเนิน และทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ในกรณีพ่อแม่แสนทุกข์ ลูกชายถูกสาวหลอกให้รัก วาดฝันจะสร้างบ้านให้ อ้างว่าแม่รวยอยู่เกาหลี บอกให้บ้านผู้ชายทุบบ้านรอ สุดท้ายสาวชิ่งหนี ทิ้งไว้แต่เพียงหนี้กับเสาบ้าน

นายเกียรติศักดิ์ เหาะสูงเนิน หรือแก๊ป ผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า รู้จักกับมะปราง (แฟนสาว) ผ่านทางเฟซบุ๊ก ในระหว่างที่เป็นทหารเกณฑ์ ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 65 เพราะเขาทักมา จึงได้คุยกันและตนตกลงไปหาที่ห้องเช่านวนคร เขาบอกว่ากำลังเรียนพยาบาล และทำงานในโรงพยาบาล จากนั้นหลังปลดประจำการ 1 พ.ย. เขาก็ตามกลับมาอยู่บ้านด้วยที่ จ.บุรีรัมย์ และได้เล่าให้ฟังว่า แม่เขาอยู่ที่เกาหลีกับพ่อเลี้ยงซึ่งเป็นคนเกาหลี ซึ่งตนก็รักเขา ถึงพามาอยู่บ้านด้วย เพราะเขาดี เอาใจใส่ทุกอย่าง

ด้านแม่ผู้เสียหาย เผยว่า ลูกชายกลับมาบ้านก่อน และบอกว่าแฟนจะตามมาอยู่ด้วย พอมาเจอกัน ก็เห็นเป็นคนดี พูดจาดี เอาใจพ่อแม่ ถ้าไม่เกิดเรื่องก็ถูกใจเขามาก ขณะที่พ่อเผยว่า พูดไม่ออก เพราะเขาดีมาก ไปทำงานก็โทร. มาถามข่าวตลอด ตนรักเหมือนลูกสาวเลย เช่นเดียวกับป้าผู้เสียหายเผยว่า ตนเอามาอยู่ด้วยกัน ก็ดีใจเพราะเขาทำอาหารให้กิน ใครๆ ก็รัก

จุดเริ่มต้นในการทุบบ้าน
แม่ผู้เสียหาย เผยว่า เมื่อได้คุยกัน ตนเองถามว่ามะปรางอยู่ที่ไหน พ่อแม่เป็นอย่างไร เขาบอกว่าพ่ออยู่ต่างประเทศเป็นคนเกาหลี และแม่ได้อยู่ด้วย เป็นเจ้าของไร่สตรอว์เบอร์รี ตนจึงถามว่าสามารถพาคนไปทำงานด้วยได้ใช่ไหม เขาก็รับปากว่าจะไปได้แค่ 5 คน ให้ไปทำงานกับแม่ตน จึงตกลงให้หลานของตนไปทำงาน ทางด้านมะปรางก็บอกว่าให้เอาบัตรประชาชนลงทะเบียนจองตั๋ว จากนั้นหลานสาวก็ติดต่อคุยกับเขาเอง หาเพื่อนๆ มาจนครบทั้งหมด 5 คน ในตอนนั้นเสียเงินไปให้เขาคนละ 2,000 บาท แต่ประมาณเดือน พ.ย. 65 ตนก็ไม่รู้ว่า มะปรางเขาไปหาคนมาอีก จนสุดท้ายพอวันบินก็โดนเททั้งหมด จากนั้นรวมตัวไปแจ้งความที่โรงพักรวม 86 คน ตำรวจบอกว่ามีที่อื่นอีกกว่าร้อยคน

ส่วนเรื่องทุบบ้าน เขาบอกว่าจะต่อเติม แต่พอไปติดต่อช่างไปพูดกับช่างว่า แม่เขาที่เกาหลีโอนเงินมาให้ล้านนึง ขอทุบเลยสร้างใหม่ให้หมด ตนเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนขั้นตอนการส่งคนไปต่างประเทศ หากมีคนมาติดต่อ มะปรางเขาก็จะหยิบโทรศัพท์มาดู แล้วบอกว่าเรตราคาส่งคนไปต่างประเทศเป็นแบบไหน มากสุดถึง 20,000 บาท ตำรวจบอกว่า รวมมูลค่าความเสียหายมากสุดประมาณ 2 ล้านบาท ส่วนเหตุผลที่เชื่อเพราะเขาทำให้รัก พูดดีเอาใจทุกอย่าง

ด้านนายเกียรติศักดิ์ หรือแก๊ป เผยว่า ในช่วงทุบบ้านอยู่ในระหว่างที่เขากำลังชวนคนไปทำงาน ในช่วงนั้นตนเองไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะต้องไปทำงาน ส่วนเหตุผลที่รักเขามากก็ไม่รู้ เพราะมีช่วงนึงที่ได้คุยกับแม่เขา จึงเชื่อที่เขาพูดทุกอย่าง แต่คาดว่าเป็นเฟซปลอมที่มะปรางทำขึ้นมา เพราะเฟซบุ๊กปิดตอนวันที่ 5 ก่อนเขาจะหนีไป

ทางแม่ผู้เสียหาย เล่าต่อว่า เหตุผลที่ชาวบ้านเชื่อ เพราะมีการฟังปากต่อปากแล้วมีคนเข้ามาหาเขาเรื่อยๆ ส่วนบ้านหลังจากที่ทุบ ก็อยู่แบบสร้างเป็นเพิง จนกระทั่งวันที่ 5 ม.ค. 66 มีการนัดคนที่จะไปทำงานที่เกาหลีใต้ประมาณ 7.00 น. สรุปก็ไม่ได้ไป เพราะไม่มีใครเห็นมะปราง เพราะบอกจะไปรับแม่ช่วงเวลา 01.00 น. ก่อนจะหายตัวไป

นายเกียรติศักดิ์ เล่าต่อว่า ในวันนั้นมะปรางนัดตรวจ ATK ก่อนบิน แล้วออกจากบ้านช่วงตีหนึ่ง บอกจะไปรับแม่ อ้างว่าแม่มาจากเกาหลี เพื่อมารอรับคน แล้วให้คนขับรถมารับ ที่จะเดินทางไปทำงานเกาหลีเช่นเดียวกัน โดยให้ไปส่งที่เทอร์มินอลโคราช แล้วมะปรางก็หายตัวไปเหลือเพียงคนขับกลับมาบ้าน

ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ เผยว่า เรื่องนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงจากผู้เสียหายด้วย เนื่องจากพฤติกรรมของมะปราง มีการสร้างโปรไฟล์ต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อใจ ตามลักษณะของมิจฉาชีพ เพราะชาวบ้านก็ไม่ได้เช็กอะไรแน่นอน อาจจะเชื่อเพราะมีการทุบ แล้วสร้างบ้านใหม่ เป็นการทำงานแบบเป็นขบวนการแล้วหลอกทุกคน ซึ่งวางแผนมาเป็นอย่างดี

ด้าน คุณน้อยผู้เสียหายที่เป็นคนขับรถไปส่งมะปรางกล่าวว่า ทราบข่าวจากญาติแก๊ปว่าแฟนพาคนไปทำงานที่เกาหลีได้ และพ่อเขาทำงานอยู่เกาหลี จึงขับรถไปหามะปรางที่บ้าน ในตอนที่ไปพบเห็นว่าเขากำลังทุบบ้านอยู่ และมะปรางบอกว่ารับผู้ดูแลสวนได้เงิน 5 ล้านวอนประมาณ 120,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องพูดภาษาอังกฤษและเกาหลีได้ หากเป็นชาวบ้านธรรมดา 3 เดือนแรกให้เงินเดือน 6 หมื่นบาท และในตอนนั้น ทางแม่น้องแก๊ปก็จะบินพร้อมกันในวันที่ 5 ม.ค.ตนเองจึงเชื่อ และมีการอ้างว่าเขาท้องอีก ตนเองก็ยิ่งเชื่อไปมากขึ้น

ส่วนการทุบบ้าน คือสิ่งที่มั่นใจว่าเขาจะไม่หลอกแน่นอน ตนเองเสียค่าหัวไป 9,400 บาท ส่วนคนอื่นก็เสียเงินเช่นเดียวกัน ในวันที่ไปส่งมะปราง คุณแม่มะปราง เขาแชตมาบอกว่าให้ไปรับมะปรางที่รีสอร์ตเพื่อไปเอาเอกสาร พอไปถึงมะปรางก็ให้ตนไปจองรีสอร์ต จึงเริ่มผิดสังเกต เพราะไม่มีการไปเอาเอกสารอย่างที่กล่าวอ้าง จุดสุดท้ายที่ส่งมะปรางคือ เทอร์มินอลโคราช ตนจึงรีบถ่ายรูปแล้วส่งลงในกลุ่ม เห็นว่ามีรถมารับเขาไปต่อ แต่เชื่อว่าครอบครัวนี้ไม่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ครอบครัวนี้เขาไปแจ้งความได้ เพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนร่วม โดยแจ้งความกับมะปรางว่าทำให้เสียทรัพย์ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการโกงหรือไม่ต้องไปสืบเส้นทางการเงิน แต่สภาพที่ยืนยันได้อาจจะไม่เกี่ยวข้องคือ บ้านเขาถูกทุบ สำหรับข้อหาหนักของมะปรางคือ พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน และอยากจะฝากไว้ว่า การทำงานที่ต่างประเทศ หากสนใจก็ไปติดต่อกระทรวงแรงงานและกรมจัดหางานได้โดยตรง เพื่อไม่ให้ถูกหลอก

อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.

คุณกำลังดู: ล้มทั้งยืน ถูกแฟนหลอกให้ทุบบ้าน สุดท้ายชิ่งหนี เหลือแต่หนี้กับเสาไว้ดูต่างหน้า

หมวดหมู่: สังคม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด