เงินบาทวันนี้เปิด’อ่อนค่า’ที่ 36.22บาทต่อดอลลาร์

“กรุงไทย” ชี้เงินบาทยังผันผวนและอ่อนค่า มองความเสี่ยงอ่อนค่าได้ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ รวมถึงความกังวลแนวโน้มทางการจีนอาจใช้มาตรการล็อกดาวน์ ที่เข้มงวด มองกรอบเงินบาทวันนี้ ที่ระดับ 36.15-36.35 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทวันนี้เปิด’อ่อนค่า’ที่ 36.22บาทต่อดอลลาร์

นายพูนพานิชพิบูลย์นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(12ก.ค.)ที่ระดับ36.22บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ36.18บาทต่อดอลลาร์มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ36.15-36.35บาทต่อดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทมองว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มผันผวนและมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าได้ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์รวมถึงความกังวลแนวโน้มทางการจีนอาจใช้มาตรการLockdownที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการระบาดของCOVID-19ซึ่งเราประเมินว่าแนวรับของเงินบาทในระยะสั้นยังอยู่ในช่วง35.90-36.00บาทต่อดอลลาร์ส่วนแนวต้านสำคัญยังเป็นโซน36.50บาทต่อดอลลาร์(มีโอกาสอ่อนค่าทดสอบแนวต้านหากทางการจีนใช้มาตรการLockdownจริงจนเกิดแรงเทขายสินทรัพย์ฝั่งEM Asia)

อย่างไรก็ดีเราคงมุมมองเดิมว่าจุดกลับตัวของเงินดอลลาร์อาจเกิดขึ้นในช่วงการประชุมเฟดปลายเดือนนี้หากเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงทำให้ยังมีโอกาสที่เงินบาทจะเริ่มกลับตัวมาแข็งค่าได้

ทั้งนี้เรามองว่าควรระวังความผันผวนในตลาดการเงินในช่วงก่อนและหลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเงินเฟ้อทั่วไปCPIของสหรัฐฯเพราะหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นมากกว่าคาดก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เฟดยังคงจำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงในปีนี้ซึ่งภาพดังกล่าวอาจหนุนให้เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นได้

นอกจากนี้ความผันผวนในตลาดอาจมาในช่วงที่ตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรปเช่นกัน(ZEW Economic Sentiment)ซึ่งหากข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปยังคงแย่กว่าคาดต่อเนื่องก็จะเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินยูโร(EUR)และหนุนเงินดอลลาร์ได้ในระยะนี้

ตลาดการเงินโดยรวมกลับมาถูกกดดันจากความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐฯและยุโรปอาจชะลอตัวลงหนักจนเข้าสู่สภาวะถดถอยทำให้ผู้เล่นในตลาดยังอยู่ในภาวะระมัดระวังตัวมากขึ้นดังจะเห็นได้จากBull & Bear IndicatorของBank of Americaที่อยู่ในระดับต่ำที่สุด0.0จุด(Extremely Bearishซึ่งเป็นสัญญาณซื้อ)โดยในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯนั้นความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวลงหนักได้ทำให้ผู้เล่นต่างกังวลแนวโน้มผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่จะเริ่มทยอยประกาศออกมาโดยเฉพาะกลุ่มธนาคารทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างเทขายหุ้นกลุ่มธนาคาร(Citigroup, JPM -1.3%)นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯยังคงถูกกดดันจากแรงขายหุ้นเทคฯใหญ่เช่นกันนำโดยAmazon -3.2%, Alphabet (Google) -3.1%ส่งผลให้ดัชนีS&P500ปรับตัวลง-1.15%%

ส่วนในฝั่งตลาดหุ้นยุโรปดัชนีSTOXX600ของยุโรปพลิกกลับมาปรับตัวลง-0.50%กดดันโดยความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปอาจเสี่ยงเข้าสู่สภาวะถดถอยทำให้หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มเศรษฐกิจต่างปรับตัวลดลงอาทิหุ้นกลุ่มยานยนต์(Volkswagen -2.7%)หุ้นกลุ่มธนาคาร(Santander -2.1%)

ทางด้านตลาดบอนด์ความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจหลักอาจเข้าสู่สภาวะถดถอยยังคงหนุนให้พันธบัตรรัฐบาลระยะยาวยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยทำให้บอนด์ยีลด์10ปีสหรัฐฯพลิกกลับมาย่อตัวลงต่ำกว่าระดับ3.00%อีกครั้งสอดคล้องกับมุมมองของเราที่มองว่าบอนด์ยีลด์10ปีสหรัฐฯจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องไม่ได้มากเนื่องจากแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจะยิ่งหนุนให้ผู้เล่นในตลาดต่างเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือรอจังหวะBuy on Dipทำให้บอนด์ยีลด์10ปีสหรัฐฯจะแกว่งตัวsidewaysทว่าเราคาดว่าบอนด์ยีลด์ระยะยาวยังอาจเผชิญความผันผวนได้ซึ่งขึ้นกับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้สูงสุดเท่าใด(Terminal Rate)โดยต้องจับตารายงานเงินเฟ้อCPIและเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะกลางในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด

ในฝั่งตลาดค่าเงินเงินดอลลาร์เดินหน้าแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักโดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์(DXY Index)ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ108.2จุดโดยปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์ยังคงเป็นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย(safe haven)ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจถดถอยรวมถึงการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของสกุลเงินฝั่งยุโรปท่ามกลางความกังวลของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มมองว่าเศรษฐกิจยุโรปอาจเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้หากรัสเซียยุติการส่งพลังงานให้กับยุโรปกดดันปัญหาพลังงานให้ทวีความรุนแรงมากขึ้นรวมถึงหากทางการจีนใช้มาตรการLockdownที่เข้มงวดอีกครั้งซึ่งความกังวลดังกล่าวได้กดดันให้เงินยูโรอ่อนค่าลงใกล้ระดับ1.00ดอลลาร์ต่อยูโรนอกจากนี้การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นอุปสรรคที่กดดันให้ราคาทองคำย่อตัวลงสู่ระดับ1,732ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับวันนี้เรามองว่าตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจอาจเสี่ยงเข้าสู่สภาวะถดถอยจากภาวะเงินเฟ้อสูงรวมถึงปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้นถ้ารัสเซียยุติการส่งแก๊สให้กับยุโรปโดยตลาดประเมินว่าปัญหาเงินเฟ้อสูงพร้อมกับภาพเศรษฐกิจที่ชะลอลงมากขึ้นทำให้บรรดานักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบันต่างมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปอาทิเยอรมนีแย่ลงมากขึ้นสะท้อนผ่านผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี(ZEW Economic Sentiment)เดือนกรกฎาคมที่จะปรับตัวลดลงหนักสู่ระดับ-38จุดจาก-28จุดในเดือนก่อนหน้าโดยมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลงหนักจะยังเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์ในฝั่งยุโรปโดยเฉพาะค่าเงินยูโร(EUR)ที่มีโอกาสอ่อนค่าลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับ1.00ดอลลาร์ต่อยูโรได้

นอกจากนี้ตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดก่อนที่จะรับรู้รายงานเงินเฟ้อทั่วไปCPIในวันพรุ่งนี้เพื่อประเมินมุมมองของเฟดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงิน

คุณกำลังดู: เงินบาทวันนี้เปิด’อ่อนค่า’ที่ 36.22บาทต่อดอลลาร์

หมวดหมู่: หุ้น-การเงิน

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด