ปชป.วุ่นหนัก ก๊วนใต้บีบปรับใหญ่ พปชร.จ่อย้ายรังอื้อ “อุ๊งอิ๊ง” โชว์บันได 4 ขั้น

ปชป.วุ่นหนัก ก๊วนใต้บีบปรับใหญ่ พปชร.จ่อย้ายรังอื้อ “อุ๊งอิ๊ง” โชว์บันได 4 ขั้น

“เพื่อไทย” ขายของก่อนใคร “อุ๊งอิ๊ง” ประกาศแผน บันได 4 ขั้น คืนความเข้มแข็งให้ประชาชน สร้างความ มั่นคงทางเศรษฐกิจ ลั่นหมดเวลา “ลุงตู่” เริ่มนับหนึ่งสู่รัฐบาลเพื่อไทย “หมอมิ้ง” โอ่ คิดต่างล้างหนี้ด้วยรายได้ใหม่ ไม่ใช่สร้างหนี้แก้หนี้แบบ “ประยุทธ์” “วิสุทธิ์” คุยผ่าตัดเกษตรกรรมเพิ่ม ผลผลิตผืนแผ่นดินจาก 1 หมื่นเป็น 3 หมื่นบาทต่อไร่ “สุทิน” แก้เหลื่อมล้ำโอนเงินต่อยอดคนสร้างตัว “ณหทัย” ปัดฝุ่นแจกแท็บเล็ตนักเรียน ผุดแพลตฟอร์มจับคู่คนกับงาน “ชลน่าน” ปัดดีลลับดึง “ธรรมนัส” คืนรัง “บิ๊กป้อม” นิ่งเก็บอาการ “รงค์” ยัน พปชร.ไม่หวั่นกระแสดูด ส.ส.ย้ายค่าย “สาคร” ถอนตัวคั่ว รมต. “เดชอิศม์” รับมี ส.ส.ใต้เสนอปรับ ครม.ปชป.ชุดใหญ่ รอถกนอกรอบก่อนถึงวง กก.บห. “อลงกรณ์” ค้านผวาบานปลายกระเพื่อมหนัก

พรรคเพื่อไทยเร่งเปิดนโยบายชุดแรกเรียกคะแนนนิยมก่อนศึกเลือกตั้ง โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม นำทีมประกาศแผนบันได 4 ขั้นนับถอยหลังสู่ความเข้มแข็งของประชาชน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

พท.เปิดชุดนโยบาย ศก.ฟื้นปากท้อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อรายได้ใหม่ของประชาชน” โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์จะเป็นกุญแจดอกเดียวช่วยประชาชนมีชีวิตใหม่ ลืมตาอ้าปากอีกครั้ง พรรคเพื่อไทย เตรียม 3 เสาหลักสู่ชีวิตใหม่ประชาชนคือ 1.ผู้แทนราษฎร เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจประชาชน 2.นโยบายตอบโจทย์การแก้ปัญหา ทำได้จริงตามที่สัญญาไว้ 3.ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี มีศักยภาพ ความสามารถ สามารถ ฝากความหวังนำประเทศพ้นวิกฤติ

โอ่สร้างรายได้ใหม่ล้างหนี้ประชาชน

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการนโยบายพรรคกล่าวเปิด “นโยบายเศรษฐกิจดีด้วยรายได้ใหม่” ว่า ประเทศไทยอยู่ในวิกฤติ ประชาชนเป็นทุกข์เพราะรายได้น้อย เป็นหนี้ ไม่มีกำลังซื้อ รัฐบาลประยุทธ์แก้หนี้ด้วยการสร้างหนี้ แต่พรรคเพื่อไทยคิดต่าง จะทำให้เศรษฐกิจดีด้วยรายได้ใหม่ แก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้ที่เป็นรายได้ใหม่ให้คนทุกกลุ่ม ประชาชนถูกปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนเร้น ขอให้เชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยทำได้จริง เพราะทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ประชาชนจะอยู่ดีกินดีอีกครั้ง

เพิ่มเงินเกษตรกร 3 หมื่นต่อไร่

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทยประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม กล่าวเสนอนโยบาย “ผ่าตัดเกษตรกรรม” ว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยอยู่วัฏจักรเดิมๆคือเจ็บและจน ดังนั้นการเกษตรต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ด้วยหลักการตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้คือ ผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ ใช้ความรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ใช้ความรู้สมัยใหม่เพิ่มผลผลิตจากพืชที่ปลูกอยู่แล้ว อาทิ ข้าวและยาง ผลิตพืชอาหารสัตว์ อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ทดแทนการนำเข้าและขยายการส่งออก นโยบายพักหนี้เกษตรกร พร้อมๆกับการสร้างรายได้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยโครงการบำนาญเกษตรกร ดูแลเกษตรกรรุ่นบุกเบิก ดึงดูดเกษตรกรรุ่นใหม่ เปลี่ยนเงินให้เปล่าเป็นต้นทุนสร้างชีวิต ผลิตรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน จัดหาแหล่งทุน สนับสนุนกรรมสิทธิ์ เปลี่ยนผืนแผ่นดินเดิมจากที่เคยสร้างรายได้ 10,000 บาท/ไร่/ปี เพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี ประชาชนไทยทุกคน ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์

แจกเงินคนสร้างตัว

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ กล่าวเสนอนโยบาย “เงินโอน คนสร้างตัว” ว่า นโยบายเงินโอน คนสร้างตัวจะทำให้ผู้มีรายได้น้อยเกินกว่าจะดำรงชีพได้รับเงินภาษีแทนการจ่ายเงินภาษี จนกระทั่งมีความมั่นคง สร้างตัวได้ การจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงินจะเน้นไปที่กลุ่มที่มีความจำเป็นมากที่สุด ประเด็นสำคัญของนโยบายนี้คือ การสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานเข้ามาในระบบ มีโอกาสพัฒนาสร้างตัวเองไปด้วย

ผุดแพลตฟอร์มจับคู่คนกับงานที่ใช่

น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม ประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กล่าวเสนอนโยบายเรียนรู้ มีรายได้ เรียนรู้ง่าย ตลอดชีวิต ว่า พรรค พท.จะสร้าง แพลตฟอร์มจับคู่สมรรถนะคนเข้ากับงานที่ใช่ ช่วยให้ มีงานทำเร็วที่สุด ตรงสมรรถนะตนเองมากที่สุด สร้าง รายได้ดีที่สุด แพลตฟอร์มนี้ผู้ใช้จะเข้าถึงองค์ความรู้ ที่หลากหลายได้ตลอด สะสมเครดิตการเรียน เทียบคุณวุฒิไปต่อยอดการทำงาน ไม่มีวันหมดอายุ นอก จากนี้ จะฟื้นนโยบายแจกแท็บแลตเพื่อการศึกษาและ อินเตอร์เน็ตตำบล ในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำกลับมาใช้อีกครั้ง

“อุ๊งอิ๊ง” โชว์โรดแม็ปบันได 4 ขั้น

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วม และนวัตกรรม กล่าวว่า นโยบายพรรคเพื่อไทยจะ ดำเนินการด้วยโรดแม็ป บันได 4 ขั้น คือ บันไดขั้นที่ 1 เพื่อศักยภาพใหม่ประเทศและประชาชนไทย ผ่านนโยบาย “1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ ซอฟต์เพาเวอร์” คือการสร้างเงินจากสมองและสองมือ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะทำสิ่งสำคัญ 3 อย่าง คือ 1. พัฒนาศักยภาพคนไทยผ่านศูนย์บ่มเพาะชุมชน ทักษะต่างๆ เช่น อาหาร แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี การเขียนโปรแกรม ความสามารถทาง E-sport จะถูกถ่ายทอดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมให้ความสามารถนั้นไปสู่เวทีใหญ่ถึงระดับนานาชาติ 2.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แก้กฎหมายปิดกั้นโอกาส เชื่อมภาครัฐภาคเอกชนเข้ากับภาคประชาชน ทำให้แก้ปัญหาตรงจุด 3.ออกแบบ นโยบายต่างประเทศ เน้นส่งออกสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ใช้การทูตขยายอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ด้วยการเปิดตลาดใหม่ๆ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ลั่นหมดเวลา “ประยุทธ์” เข้าสู่ยุค พท.

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า บันไดขั้นที่ 2 “เพื่อรายได้ใหม่” แก้หนี้สินด้วยการเพิ่มพูนรายได้ทวีคูณให้เศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจใหม่ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง บันไดขั้นที่ 3 “เพื่อสังคมใหม่” คือ ความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม บันไดขั้นที่ 4 “เพื่อการเมืองใหม่” ที่หลักนิติรัฐนิติธรรมเข้มแข็ง รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน วุฒิสภาต้องไม่มี อำนาจเลือกนายกฯ รัฐของราชการต้องถูกเปลี่ยนเป็นรัฐของประชาชน กลับสู่ระบอบประชาธิปไตยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายอีกมากมาย วันนี้เวลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หมดแล้ว ถึงเวลานับถอยหลังสู่ความเข้มแข็งประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายใต้การนำของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ปัดดีลลับดึงก๊วน “ธรรมนัส” เข้าพรรค

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค เพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวดีลลับระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ที่จะนำ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยย้ายกลับมาอยู่กับ พรรคเพื่อไทย ว่า ไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง ข่าวแบบนี้มีมา ตลอด คงต้องเฝ้าระวังมีใครประสงค์ร้ายกับพรรค เรายึดหลักกฎหมายเคร่งครัด การจะนำใครมาอยู่ใน พรรคมีกลไก ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคของประชาชน ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกพรรค ที่มีอุดมการณ์เดียวกับพรรค คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคแม้มีความคิดเห็นอย่างไร พรรคฟังความคิดเห็นตลอด ดังนั้น การจะทำกิจกรรมอะไรต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของพรรคเป็นลำดับชั้น สุดท้ายเป็นคณะกรรมการบริหารจะพิจารณา ส่วนโอกาสที่กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสจะเข้ามาพรรคเพื่อไทย ขอไม่แสดงความเห็น แต่ละพรรคมีแนวทางของตัวเอง พยายามแสวงหาโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ส่วนจะเลือก ทางใดแล้วแต่แนวทางพรรค แต่พรรค พท.เป็นพรรค ของประชาชน ต้องฟังความเห็นประชาชนและทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ส่วนจะเป็นการโยนหินถามทางหรือไม่นั้น ไม่ทราบและไม่แน่ใจ

หยั่งเชิงต้องฟังเสียงตอบรับ ปชช.

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัสเข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ทำให้มวลชนหลายคนไม่พอใจเรื่องนี้ นพ.ชลน่านตอบว่า พรรคเพื่อไทยเป็นของประชาชน ต้องฟังทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะคนที่เห็นด้วยหรือต่อต้าน ต้องดูอะไรจะเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดจะยึดเป็นหลัก เมื่อถามว่า กังวลที่จะถูกเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส มีสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นพ.ชลน่านตอบว่า มิติการเมืองต้องคิดรอบด้านว่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน

“บิ๊กป้อม” นิ่ง “ธรรมนัส” ยกก๊วนซบ พท.

เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีมีกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรค เศรษฐกิจไทย กับ ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจไทยบางส่วน จะย้ายไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

พปชร.ไม่หวั่นกระแสดูด ส.ส.

นายณรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส. นครศรีธรรมราช กรรมการบริหารพรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.ของพรรคถูกดูดเตรียมย้ายพรรคว่า เป็นปกติเมื่อเข้าช่วงเตรียมการเลือกตั้ง ไม่เกินความคาดหมายขึ้นอยู่กับปัจเจกของ ส.ส.แต่ละคนจะตัดสินใจตามศักยภาพเงื่อนไขของแต่ละคน เป็นธรรมดามีเข้ามีออกทุกพรรค ห้ามกันไม่ได้ กระแสข่าวดังกล่าวไม่ได้ทำให้ พปชร.ฝ่อหรือจะถอย หัวหน้าพรรคยังกำชับ ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนลงพื้นที่ไปดูแลชาวบ้าน นี่คือสัญญาณเดินไปข้างหน้า ส่วนการปรับ ครม.อยู่ที่นายกฯและความต้องการพรรคร่วมรัฐบาล มีกลไกแต่ละพรรคอยู่แล้วไปว่ากัน แต่พปชร.หัวหน้าพรรคยังไม่เรียกคุย ไม่มีการเคลื่อนไหว

สะพัด 5 ส.ส.กทม.ชิ่งหนีซบ พท.-ภท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ส.ส.พรรค พปชร.หลายคน เตรียมตัดสินใจย้ายออกไปสังกัดพรรคอื่น แบ่งเป็น 2 ลอต ลอตแรกตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. กรณีอายุสภาเหลือไม่ถึง 180 วัน ไม่ต้องมีเลือกตั้งซ่อม ส่วนนี้ไปปรากฏตัวร่วมงานวันเกิดครบรอบ 64 ปีของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 4 ต.ค. คือ 1.นายมณเฑียร สงฆ์ ประชา ส.ส.ชัยนาท 2.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 3.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม 4.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก 5.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 6.นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี 7.นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี 8.นาย สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี ส่วนลอตที่ 2 คือวันที่ 24 ธ.ค.65 เป็นต้นไป ช่วงนับถอยหลัง 90 วันของอายุสภา คนจะลงสมัคร ส.ส.ต้องสังกัดพรรคไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่กรณีมียุบสภาลดลงเหลือ 30 วัน ส่วนนี้เตรียมลาออกช่วงต้น-กลางเดือน ธ.ค.ส่วนหนึ่งจะย้ายไปกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแกนนำ ส.ส.กทม. อาทิ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ประธาน ส.ส.กทม.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. คาดว่าจะย้ายไปอยู่พรรค ภท. รวมถึง น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรค พปชร.จะย้ายไปพรรค ภท. ขณะที่ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส. กทม.มีข่าวจะย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทย เพราะกลัวสอบตก

“ปากน้ำ-ก๊กสนธยา-ริมน้ำ” ส่อไม่ไปต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ ส.ส.กลุ่มปากน้ำ 6 คน ที่ลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รวมถึงมีปัญหากับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรคอย่างรุนแรงทั้งการเมือง ระดับชาติและการเมืองท้องถิ่น แต่ถูกจับตามีโอกาสย้ายพรรค นอกจากนี้ นายสุชาติ ผอ.พรรค ยังมีปัญหาขัดแย้งกับนายสนธยา คุณปลื้มและ ส.ส.สังกัดกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี อาจไม่ไปต่อกับพรรค พปชร.จะกลับไป ฟื้นพรรคพลังชล เช่นเดียวกับกลุ่มบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 อาจจะย้ายกลับไปพรรคเพื่อไทย ขณะที่กลุ่มสามมิตรที่มี ส.ส.ในกลุ่มไม่ต่ำกว่า 20 คนยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

“อนุทิน” ย้ำชัด ภท.ไม่ปรับ ครม.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีให้นายกฯปรับ ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยังไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ พรรค ภท.ไม่มีปรับ เราอยู่ของเราอย่างนี้ ทำงานทุกวันให้เต็มที่ เมื่อถึงสุดสัปดาห์และนอกเวลาราชการได้ให้ ส.ส.และรัฐมนตรีลงพื้นที่ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ยืนยันว่าพรรค ภท.ไม่ส่ง ไม่ปรับ ไม่ได้ถือว่าเสียโควตา เพราะนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ยังมีสถานภาพเป็นรัฐมนตรีอยู่ เพียงแต่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กำกับดูแลได้ ต้องทำการเมืองให้นิ่งๆ

“สุดารัตน์” ขีดเส้น 3 ปี อีสานหายจน

ที่ จ.สกลนคร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อร้องเรียนจากประชาชน พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคไทยสร้างไทย ประกอบด้วยนายสิรภพ สมผล เขต 1 นายวีระศักดิ์ พรหมภักดี เขต 2 นายถนอม สมผล เขต 3 นายสาคร พรหมภักดี เขต 4 นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ เขต 5 นายสิทธิรัตน์ รัตนวิจารณ์ เขต 6 และนายธนดล จำรักษา เขต 7 โดยคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นเวทีประกาศอาสามารับใช้พี่น้องประชาชนในฐานะลูกอีสานรู้และเข้าใจปัญหาชาวอีสานมากที่สุด ขออาสาเข้ามาเปลี่ยนแปลงอีสานให้หายจน หมดหนี้ มีรายได้อย่างยั่งยืนภายใน 3 ปี นอกจากนี้พรรคมีนโยบายดูแลประชาชนทุกคน ตั้งแต่เกิดจนแก่ เช่นโครงการนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท นโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรีอย่างมีคุณภาพ เมื่อได้รับโอกาสเรียนฟรี ภาระผ่อนหนี้ กยศ.จะหมดไป นอกจากนี้ขอประกาศนโยบายขจัดยาเสพติดให้สิ้นซาก ไม่เว้นผู้มีอิทธิพล คนมีสี ข้าราชการใดๆ

“เดชอิศม์” รับ ส.ส.ใต้ชงปรับยกพวง

อีกเรื่อง นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะขึ้นเป็น รมช.มหาดไทยแทนนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ที่ลาออกว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์และเลขาธิการพรรค ปชป. รวมทั้งตนในฐานะรองหัวหน้าภาคใต้ยืนยันว่า การพิจารณาบุคคลแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อขึ้นเป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ของพรรคเป็นสัดส่วนโควตาของภาคใต้ที่ว่างลงตำแหน่งเดียว แต่ยอมรับว่ามี ส.ส.ใต้หลายคนคุยนอกรอบว่า หากจะมีการปรับ ครม.ในสัดส่วนของพรรคแล้ว ควรมีการปรับในหลายตำแหน่งไปในคราวเดียวกัน แต่รายละเอียดเรื่องนี้จะได้มีการพูดคุยกันในการประชุม ส.ส.พรรคใต้ช่วงเช้าของวันที่ 12 ต.ค.ก่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ว่าผลจะเป็นอย่างไร

“สาคร” ขอถอนตัวไม่ให้กระเพื่อม

ขณะที่นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ 3 สมัยหนึ่งในแคนดิเดตรัฐมนตรี กล่าวว่า สาเหตุที่มีชื่อตนปรากฏในสื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดต คงมีเพื่อน ส.ส.บางคนให้ข่าวกับสื่อ การที่ตนอยู่ในพรรคปฏิบัติจนเป็นจารีตของพรรค เมื่อมีชื่อปรากฏว่าจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นรัฐมนตรี ทำให้ตนและทีมงานมีกำลังใจในการทำงาน แต่เมื่อมองบริบทโดยรวมแล้วเห็นว่า ที่ผ่านมาพรรคชอกช้ำมากพอแล้ว จึงไม่ประสงค์ที่จะสร้างแรงช้ำ หรือทำให้พรรคเกิดแรงกระเพื่อมภายในเพิ่มขึ้นอีก หากมีการเสนอชื่อของตนในที่ประชุมกรรรมการบริหารพรรค หรือที่ประชุมร่วม กก.บห.และ ส.ส.พรรค จะขอถอนตัว แต่ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้ารับการพิจารณาในครั้งหน้าหลังการเลือกตั้งทั่วไป ขอสร้างผลงานนำทีมอันดามันกลับเข้าสู่สภาให้ได้ก่อน ยืนยันว่าไม่อยากสร้างแรงกระเพื่อมให้พรรคมากกว่านี้

“จ้อน” หวั่นบานปลายค้านเขย่ายกเข่ง

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีผู้เสนอชื่อของนายอลงกรณ์ในการคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสม ขึ้นเป็นรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างในครั้งนี้ด้วยว่า ในฐานะ กก.บห.ที่จะร่วมพิจารณาหาบุคคลที่จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างของพรรค ส่วนตัวเห็นว่าช่วงท้ายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ควรสรรหาบุคคลแทนเฉพาะตำแหน่ง รมต.ที่ว่างลง ไม่ควรปรับหลายตำแหน่งในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลนี้ เราไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก หรือเปลี่ยนขุนทัพกลางน้ำ เพราะจะเกิดแรงกระเพื่อมทั้งภายในพรรคและกระทบต่อรัฐบาลโดยรวม เว้นแต่ที่ประชุม กก.บห. หรือที่ประชุมร่วม กก.บห.กับ ส.ส.พรรคจะพิจารณาเห็นเป็นอย่างอื่น รมต.ของพรรคแต่ละคนที่ทำงานมา ล้วนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเพื่อป้องกันแรงกระเพื่อมภายในพรรคและรัฐบาล ส่วนที่มีคนเสนอชื่อของตนขอขอบคุณที่มีการพูดถึงชื่อตน ขอย้ำว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กก.บห.และที่ประชุมร่วม ส.ส.พรรค

แฟลชม็อบตะเพิด “ลุงตู่” บนรถไฟฟ้า

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หน้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ทางขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นัดหมายมวลชนแนวร่วมจัดกิจกรรม ชุมนุมแบบแฟลชม็อบ ครั้งที่ 2 “รถไฟฟ้าสายสีดำ” ให้ผู้เข้าร่วมสวมเสื้อดำ แว่นตาดำ หน้ากากอนามัยสีดำแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไว้อาลัยความยุติธรรมและขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นตำแหน่งนายกฯท่ามกลางแกนนำสารพัดม็อบ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ มวลชนหน้าเก่า ขาประจำเข้าร่วม หลายคนอยู่ระหว่างเงื่อนไขประกันตัวที่ศาลห้ามเคลื่อนไหวชุมนุมต้องสวมกำไลติดตามตัวที่ข้อเท้ามาร่วมกิจกรรม อาทิ นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน ทะลุฟ้า น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง กลุ่มทะลุวัง นายสมชาย คำนะ กลุ่มทะลุแก๊ส และยังมีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัเดชอิศม์ ขาวทองฒน์ หรือ จ่านิว นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น.ส.วรินทร์ทิพย์ วัชรวงษ์ทวี หรือ เสียวเป้า พรรคไฟเย็น นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือ ป้าเป้า เป็นต้น

“สมบัติ” ฝันแต่งดำเข้าคูหาไล่เผด็จการ

ต่อมานายสมบัตินำมวลชนซื้อตั๋วรถไฟฟ้าบีทีเอสแบบไปกลับ จากสถานีสยามมุ่งหน้าสถานีหมอชิต ขอความร่วมมือไม่ให้พูดคุยส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารอื่น เมื่อผ่านสถานีไหนชวนกันลงจากขบวนรถไปชูสามนิ้วชูป้ายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จนรถไฟฟ้าขบวนใหม่มาถึงจึงเดินทางต่อ โดยเฉพาะที่สถานีสะพานควายชวนกันมาชูป้ายไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ตรงชื่อสถานีกระทั่งถึงสถานีหมอชิต แล้วจึงเปลี่ยนเส้นทางวนกลับมาจุดเริ่มต้นสถานีบีทีเอสสยาม ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายรวมตัวอีกครั้งวันที่ 13 ต.ค.ที่ลานคนเมือง ผ่านการโพสต์เชิญชวนกันในโซเชียลมีเดีย แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าใครเป็นผู้ริเริ่ม โดยนายสมบัติกล่าวว่าจะออกแบบกิจกรรมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆทุกสัปดาห์จนแฟลชม็อบแบบนี้จุดติดด้วยตัวเอง อนาคตในวันที่มีการเลือกตั้ง ฝันอยากชวนคนร่วมกันสวมเสื้อสีดำเดินเข้าคูหาลงคะแนนขับไล่เผด็จการ

คุณกำลังดู: ปชป.วุ่นหนัก ก๊วนใต้บีบปรับใหญ่ พปชร.จ่อย้ายรังอื้อ “อุ๊งอิ๊ง” โชว์บันได 4 ขั้น

หมวดหมู่: การเมือง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด