“พีระพันธุ์” ชู ลดเหลื่อมล้ำ สั่งแก้ด่วน หลังพบถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

“พีระพันธุ์” ชู ลดเหลื่อมล้ำ สั่งแก้ด่วน หลังพบถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

“พีระพันธุ์” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประชุมบอร์ดใหญ่ ประกาศจุดยืน มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนตามนโยบาย นายกฯ เผย ตัวเลขร้องเรียนผ่านทำเนียบฯ เกือบ 1.7 แสนเรื่อง ร้องเรียนโควิด-19 มากสุด สั่งแก้ปัญหาเร่งด่วนหลังพบกรณีถูกหน่วยงานรัฐเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

วันที่ 12 ก.ค. 65 ที่ห้องประชุม 109 อาคารสำนักปลัด ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ ตามดำริของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการทำงานเพื่อประชาชนหลังจากได้รับการร้องเรียนเพื่อขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขและช่วยเหลือ

นายพีระพันธุ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า สำหรับคณะกรรมการฯ ชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคำสั่งให้จัดตั้งขึ้น เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยมีหน้าที่และอำนาจ คือ 1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ตามข้อร้องเรียนที่ประชาชนยื่นมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักนายกรัฐมนตรี และที่ยื่นต่อคณะกรรมการและการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง 2.ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการเฉพาะเรื่องที่คณะกรรมการมอบหมาย

“คณะกรรมการชุดนี้จะเน้นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับประชาชน เนื่องจากท่านนายกฯ ต้องการให้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนจริงๆ เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม เรื่องไหนที่ประชาชนเข้าใจผิดก็ต้องสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้ถูกต้อง และอยากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันเพื่อให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น และอยากให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนในเรื่องที่เขาเดือดร้อนได้ เราต้องทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่เพื่อเข้าไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง พร้อมติดตามผล และประสานงานกับทุกจังหวัดเข้าไปร่วมแก้ไขอย่างทันท่วงที” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดตนได้สั่งทีมงานลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ 2 กรณีเร่งด่วน ได้แก่ กรณีถูกหน่วยงานภาครัฐเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และกรณีขอความช่วยเหลือเยียวยาจากความยากจนของครอบครัวผู้พิการใน จ.ร้อยเอ็ด โดยทั้งสองเรื่องดังกล่าว ได้สั่งการให้ทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามผลเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว ขณะเดียวกันจะเร่งดำเนินการกับข้อร้องเรียนอื่นๆ ด้วย โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าวทุกวันจันทร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประชุมในครั้งถัดไปจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทำหน้าที่รับเรื่องและกลั่นกรองข้อร้องเรียนต่าง และนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้จากข้อมูลสถิติเรื่องราวร้องทุกข์ และแสดงความคิดเห็นจากประชาชนผ่านศูนย์รับร้องเรียน 1111 สำนักปลัดพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564- 6 กรกฎาคม 2565 พบว่ามีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 169,930 เรื่อง โดยเรื่องที่ได้รับร้องเรียนมากที่สุดอันดับแรก เป็นประเด็นเกี่ยวกับการสอบถามข้อมูล และร้องทุกข์เกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จำนวนทั้งสิ้น 123,630 เรื่อง หรือคิดเป็น 72.75% และที่เหลืออันดับที่สองเป็นเรื่องทั่วไป ทั้งเรื่องการร้องทุกข์ แจ้งเหตุ แจ้งเบาะแส และเสนอความเห็น 46,300 เรื่อง คิดเป็น 27.25% โดยที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการติดตามและยุติเรื่องร้องเรียนไปทั้งหมด 164,409 เรื่อง คิดเป็น 96.75% และรอผลอีก 5,521 เรื่อง

จากภาพรวมเรื่องร้องเรียนที่ประชาชนส่งเรื่องเพื่อขอให้เร่งแก้ไข 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ประเด็นการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 ส่วนเรื่องที่ 2.ประเด็นการร้องทุกข์/เสนอข้อคิดเห็น-การกำหนดแนวทางและมาตรการป้องกัน ช่วยเหลือ เยียวยาโควิด-19 เรื่องที่ 3.เสียงดังรบกวน และการสั่นสะเทือน เรื่องที่ 4.การเสนอตรากฎหมาย และเรื่องที่ 5.ประเด็นด้านไฟฟ้า

ทั้งนี้แบ่งเป็นประเภทเรื่องหลักที่มีการร้องทุกข์ เสนอความคิดเห็นมากที่สุด ได้แก่ ประเภทสังคมและสวัสดิการ 31,818 เรื่อง ประเภทเศรษฐกิจ 6,799 เรื่อง ประเภทกฎหมาย 6,243 เรื่อง การร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ 4,356 เรื่อง ประเภทการเมืองการปกครอง 3,353 เรื่อง ประเภททรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1,638 เรื่อง และ ประเภท พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก 7 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 54,214 เรื่อง โดยดำเนินการจนได้ข้อยุติ 48,665 เรื่อง และรอผลการพิจารณาจำนวน 5,549 เรื่อง

สำหรับประเด็นที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามา 10 อันดับแรก ได้แก่ การรักษาพยาบาล, เสียงรบกวน/สั่นสะเทือน, การเสนอและตรากฎหมาย, ไฟฟ้า, โทรศัพท์, น้ำประปา, ถนน, ผลกระทบจากนโยบายและโครงการของรัฐ, การเอง และประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สิน ตามลำดับ

ขณะที่หน่วยงานที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องมากที่สุด 10 หน่วยงานได้แก่ สำนักงานจเรตำรวจ, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานประกันสังคม, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, กรมการขนส่งทางบก, กรมสรรพากร, สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามลำดับ

ส่วนจังหวัดที่ได้มีการประสานงานเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา จากการร้องเรียนของประชาชน มากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กทม., นนทบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, ชลบุรี, นครปฐม, พระนครศรีอยุธยา, สงขลา, นครศรีธรรมราช และ นครราชสีมา ตามลำดับ.

คุณกำลังดู: “พีระพันธุ์” ชู ลดเหลื่อมล้ำ สั่งแก้ด่วน หลังพบถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

หมวดหมู่: การเมือง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด