รายงานหน้า2 : ‘ศรัณย์ เจริญสุวรรณ’ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ‘ชี้ทิศทางไทยต่อสถานการณ์โลก’

หมายเหตุ - นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ “มติชน” เกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศของประเทศไทยต่อการเผชิญหน้ากับสถานการณ์โลกในปี 2566 ⦁มองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในปี 256...

รายงานหน้า2 : ‘ศรัณย์ เจริญสุวรรณ’ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ‘ชี้ทิศทางไทยต่อสถานการณ์โลก’

หมายเหตุนายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ “มติชน” เกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศของประเทศไทยต่อการเผชิญหน้ากับสถานการณ์โลกในปี 2566

⦁มองการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในปี 2565 หลังการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิดของประเทศต่างๆ อย่างไร โดยเฉพาะจีนที่เพิ่งจะผ่อนคลายนโยบายคุมเข้มในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
คาดว่า ปี 2566 โควิดจะกลายเป็นโรคที่ไม่น่าหวาดกลัวเหมือนในอดีต เพราะเรารู้จักที่จะดูแลตัวเอง เรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้และรับมือได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี การเดินทางระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวยังไม่น่าจะกลับสู่สภาวะปกติในระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด-19 เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และราคาน้ำมันที่ยังคงตัวสูง ทำให้ค่าเดินทางยังราคาแพงอยู่
สำหรับการดำเนินการด้านการต่างประเทศ คาดว่าน่าจะกลับสู่สภาวะปกติมากขึ้น เพื่อเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่หายไป อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการประชุมระหว่างประเทศจะไม่เหมือนเดิม เพราะหลายประเทศเห็นประโยชน์ของการประชุมทางไกลหรือแบบไฮบริด ซึ่งจะกลายเป็นทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่งของการประชุมระหว่างประเทศอย่างถาวร
ในส่วนของการท่องเที่ยว เป็นที่น่ายินดีที่จีนจะผ่อนคลายนโยบายโควิดภายในประเทศแล้ว แต่ก็ยังมีความท้าทายอยู่ เพราะโลกอาจยังไม่พร้อมรับนักท่องเที่ยวจากจีนคราวละมากๆ เนื่องจากยังกังวลกับสถานการณ์โควิดในจีน และความเสี่ยงที่อาจมีไวรัสกลายพันธุ์นำไปสู่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ แน่นอนว่าในส่วนของไทย การเปิดประเทศของจีนจะทำให้มีนักท่องเที่ยวและการติดต่อธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของไทยและต่อเศรษฐกิจของโลกโดยรวม อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจากโควิดยังคงเปราะบาง เพราะการสู้รบในยูเครนที่ยังคงดำเนินอยู่ได้ส่งผลกระทบตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเงินเฟ้อ พลังงานและอาหาร ความมั่นคง ในภาพใหญ่ โลกจะยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ต่อไป ผู้อำนวยการใหญ่ IMF ประเมินว่าในปี 2566 เศรษฐกิจของหลายประเทศในโลกจะอยู่ในภาวะถดถอย แต่เชื่อว่าประเทศไทยยังน่าจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่า เพราะแม้ว่าการค้าจะได้รับผล กระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยของคู่ค้าหลายประเทศ แต่การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดจะช่วยพยุงเศรษฐกิจของเรา
สิ่งที่ถือเป็นความท้าทายด้านการต่างประเทศและการทูตไทยในปีนี้ ได้แก่ สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน การเป็นประธานบิมสเทคของไทยในปีนี้ การรณรงค์หาเสียงเพื่อเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเอ็กซ์โปที่ภูเก็ตในปี ค.ศ.2028 และการสานต่อประเด็น BCG จากการประชุมเอเปค

⦁การเผชิญหน้าของมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐ รวมถึงความตึงเครียดกับตะวันตกจะส่งผลกระทบกับไทยหรือไม่อย่างไร
การเผชิญหน้าและการแข่งขันของมหาอำนาจน่าจะเข้มข้นขึ้น แต่เชื่อว่าทั้งสองฝ่ายตระหนักดีว่าการเผชิญหน้าไม่ใช่ผลประโยชน์ของฝ่ายใด ถ้ามองย้อนไปในช่วงปลายปีก่อน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก็เพิ่งจะหารือแบบพบหน้ากันกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ระหว่างเข้าร่วมประชุมจี 20 ที่เกาะบาหลี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐก็กำลังจะเยือนจีนในปีนี้ เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียก็เดินทางเยือนจีน ดังนั้น แม้ว่าการแข่งขันในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้า เทคโนโลยี รวมทั้งการแสวงหาพันธมิตรใหม่ยังมีอยู่ แต่ทั้งสองฝ่ายจะไม่ปล่อยให้บานปลายเกินควบคุมจนกลายเป็นความขัดแย้งของโลก
สำหรับไทยซึ่งเป็นประเทศเล็ก สิ่งที่เราดำเนินการมาตลอดคือการไม่เลือกข้างในภาพใหญ่ แต่เลือกข้างในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของไทย เราไม่คว่ำบาตรรัสเซียและยังมีการติดต่อและร่วมมือกันอยู่ในด้านที่ไม่ละเอียดอ่อน เช่น วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ดำเนินนโยบายเช่นนี้ แม้แต่อินเดียซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มควอดก็ยังเพิ่มปริมาณการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
ดังนั้น ทุกประเทศก็ต้องเลือกสิ่งที่ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของตัวเองให้ดีที่สุด
ขณะเดียวกันเราก็พยายามหาเพื่อนและมิตรใหม่ๆ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย เพื่อลดการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ และเพื่อกระจายความเสี่ยง เมื่อเร็วๆ นี้ ไทยและสหภาพยุโรปได้ลงนามร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านไทย-สหภาพยุโรป (Thailand-EU Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement : PCA) ซึ่งสหภาพยุโรปก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถสนองผลประโยชน์ของไทยได้ในอนาคต โดยคาดหวังว่าการลงนาม PCA จะนำไปสู่การรื้อฟื้นการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป และเราจะยังคงบทบาทที่เข้มแข็งของไทยในกรอบความร่วมมือพหุภาคีต่างๆ ทั้ง ASEAN APEC และสหประชาชาติต่อไป

⦁คิดว่าความตึงเครียดในไต้หวันจะเกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็นจุดปะทุภูมิภาคในปีนี้ได้ไหม
ทุกฝ่ายได้ติดตามสถานการณ์ในไต้หวันอย่างใกล้ชิดและด้วยความเป็นห่วง แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายตระหนักดีว่าความตึงเครียดที่บานปลายจะไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบางและมีปัญหารุมเร้าในหลายด้าน

⦁ปัญหาในเมียนมาจะส่งผลกระทบกับไทยอย่างไรในปีนี้
สถานการณ์ในเมียนมาส่งผลกระทบต่อทั้งไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียน ไทยพยายามสนับสนุนการแก้ปัญหาตามแนวทางที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้ (Five-Point Consensus) โดยเฉพาะบทบาทของผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนในเรื่องเมียนมามาโดยตลอด โดยเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2565 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการหารือระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการกับเมียนมา โดยเชิญประเทศที่สนใจเข้าร่วมเพื่อรับฟังเมียนมาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเพื่อเสริมความพยายามของอาเซียน เนื่องจากเห็นว่าการที่เมียนมาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงกับอาเซียนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้อาเซียนไม่มีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นและโน้มน้าวเมียนมา โดยไทยได้แบ่งปันข้อมูลผลการหารือให้กับประเทศสมาชิกอาเซียนที่ไม่ได้เข้าร่วมทราบด้วย
ไทยพยายามทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเมียนมากับอาเซียน เพราะเราคิดว่าการรับฟังซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เห็นด้วยหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องไม่ปิดประตูและรับฟังกัน เราต้องเปิดช่องทางสื่อสารกับเมียนมา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และพยายามที่จะสานต่อในเรื่องนี้ต่อไป
ไทยมีชายแดนติดกับเมียนมามากกว่า 2,400 กิโลเมตร แน่นอนว่าเราอยากให้เมียนมาสงบสุข มีความเจริญรุ่งเรือง ไม่มีปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อไทย ที่ผ่านมาเราก็มีความร่วมมือที่ดีระหว่างกันตามแนวชายแดนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ ต่อสถานการณ์ในเมียนมานั้น เราอยากให้สถานการณ์ในเมียนมาสงบเรียบร้อย ยุติการใช้ความรุนแรง ทุกฝ่ายหันมาพูดคุยกันและกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเรียกร้องและเป็นสิ่งที่ประชาชนเมียนมาต้องการ
เรายังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนเมียนมา ที่ผ่านมามีการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เช่น การบริจาควัคซีนโควิด 1 ล้านโดส การอบรมแพทย์ การบริจาคเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ การสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งจะไม่ใช่การดำเนินการเพียงครั้งคราว แต่เราจะดำเนินการกับเมียนมาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องต่อไปในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน

⦁คิดว่าอะไรคือจุดเปลี่ยนในด้านการต่างประเทศของโลกในปีนี้
สถานการณ์ในยูเครนยังส่งผลกระทบต่อโลกอย่างมาก โดยในช่วงฤดูหนาวการสู้รบอาจจะเบาลง ซึ่งจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้ามาเจรจากันเพื่อหาทางออก ท่าทีของตะวันตกคือให้ยูเครนยุติปัญหาบนเงื่อนไขที่ยูเครนพอใจ ซึ่งก็คือการให้รัสเซียออกจากดินแดนทั้งหมดรวมถึง
ไครเมียด้วย แต่ท่าทีของรัสเซียคือให้ยูเครนยอมรับการยึดครองไครเมียและดอนบาส ซึ่งท่าทีที่ห่างไกลกันขณะนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเจรจากันได้ ความไม่ไว้วางใจระหว่างกันก็สูงมาก เพราะยังมีการปะทะกันและโจมตีเป้าหมายทั้งทางทหารและพลเรือนทุกวัน สร้างความยากลำบากให้กับประชาชนยูเครน แต่หากจะสู้รบกันต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่ายรวมถึงผู้ให้การสนับสนุน เพราะส่งผลกระทบทั้งในด้านความมั่นคง พลังงาน อาหาร เงินเฟ้อ ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ก็มีสูง ทั้งสองฝ่ายต่างเหนื่อยล้าจากสงคราม จำนวนอาวุธของรัสเซียก็ลดลง ขณะที่ยูเครนแม้จะได้รับอาวุธจากตะวันตกมาสนับสนุน แต่ประชาชนก็ลำบาก และเศรษฐกิจของทั้งรัสเซียและยูเครนก็ได้รับผลกระทบ
ยูเครนบอกว่าจะประกาศแผนสันติภาพในเดือนกุมภาพันธ์ แต่จะไม่มีการเจรจากับรัสเซีย อย่างไรก็ดี เชื่อว่าปีนี้น่าจะถึงจุดที่ทั้งสองฝ่ายต้องมาคุยกันและมีแผนสันติภาพเพื่อยุติการสู้รบที่ชัดเจนขึ้น ในการเจรจาต้องมีการพูดถึงประเด็นที่แต่ละฝ่ายห่วงกังวล ซึ่งอาจยังต้องใช้เวลาหลายปี แต่การผ่อนคลายความตึงเครียดจะเป็นผลดีต่อโลก และช่วยผ่อนคลายวิกฤตด้านพลังงานและอาหาร

⦁อีกไม่กี่วันจะครบ 1 ปีการฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย ปีนี้จะมีความคืบหน้าอย่างไร
ปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดสูงสุดของความสัมพันธ์ และในเวลาเพียงหนึ่งปีการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกันเดินหน้าไปเร็วมาก มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง โดยเฉพาะการเยือนซาอุดีฯของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และการเสด็จฯ เยือนไทยของมกุฎราชกุมารซาอุดีฯ พลวัตของความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดี ถือเป็นความสำเร็จของรัฐบาลในด้านการต่างประเทศและการทูตอย่างแท้จริง ขณะนี้มีการวางกลไก “สภาความร่วมมือซาอุดี-ไทย” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน เชื่อว่าในปีนี้จะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและภาคเอกชนอีกมากตามมา เพื่อติดตามและสานต่อผลการหารือระดับสูงที่ผ่านมา ทั้งด้านการท่องเที่ยว การลงทุน ความมั่นคง พลังงาน อาหาร อุตสาหกรรมบริการ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซาอุดีฯต้องการแรงงานไทยมีฝีมือไปทำงาน และคาดหวังว่าจะมีการลงทุนขนาดใหญ่จากซาอุดีฯในไทย และขณะนี้ก็มีบริษัทไทยที่เข้าไปลงทุนในซาอุดีฯแล้วเช่นกัน
ทั้งสองประเทศพยายามเสริมสร้างความสะดวกในการติดต่อไปมาระหว่างกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำความตกลงยกเว้นวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ และผลักดันให้มีการทำ Visa on Arrival สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปซาอุดีฯ จากความสัมพันธ์ที่ดีในปีที่ผ่านมา

⦁การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยหรือไม่
การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลกระทบโดยรวมต่อนโยบายต่างประเทศของไทย จะมีการสานต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างที่ได้กล่าวไปว่า ในปีนี้โอกาสของการเดินทางระหว่างประเทศน่าจะกลับมาเป็นปกติ จะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงมากขึ้น เพื่อเจริญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่จากการที่ไทยจะมีการเลือกตั้งและการตั้งรัฐบาลใหม่ในปีนี้ การเยือนระดับสูงน่าจะมีขึ้นภายหลังจากที่มีรัฐบาลใหม่

คุณกำลังดู: รายงานหน้า2 : ‘ศรัณย์ เจริญสุวรรณ’ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ‘ชี้ทิศทางไทยต่อสถานการณ์โลก’

หมวดหมู่: การเมือง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด