สิงห์บุรี-ชัยนาท คันดินแตกอีก 10-11 ต.ค.ฝน-ลมแรง เตรียมรับอากาศเย็น

สิงห์บุรี-ชัยนาท คันดินแตกอีก 10-11 ต.ค.ฝน-ลมแรง เตรียมรับอากาศเย็น

อุบลฯน้ำท่วมนาข้าวเสียหายกว่า 2 แสนไร่ หอการค้า จ.อุบลฯ แจงเศรษฐกิจเสียหายกว่า 5,000 ล้าน เมืองสองแควเร่งอพยพชาวบ้าน อุทัยฯงดกิจกรรมบางส่วนช่วงออกพรรษา ชัยนาท-สิงห์บุรีอ่วมคันดินแตกเร่งซ่อมแซม นนท์สร้างแนวกั้นน้ำสูงมิดหัว ขณะที่รองโฆษกนายกฯเตือนขโมยของชาวบ้านน้ำท่วมเพิ่มโทษหนัก กรมอุตุฯประกาศ ฝนตกหนัก 10-11 ต.ค. จากนั้นเตรียมรับลมหนาว

วิกฤติน้ำท่วมยังกระทบหลายพื้นที่ โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจถนนพิชิตรังสรรค์ เป็นย่านเศรษฐกิจของเทศบาลนครอุบล ราชธานี พบว่าน้ำจากแม่น้ำมูลเริ่มไหลท่วมพื้นที่ระดับน้ำสูงเกือบถึงหัวเข่า ส่วนชาวบ้านชุมชนบ้านดู่และชุมชนบูรพาต่างอพยพขนทรัพย์สินที่จำเป็นหนีน้ำไปอยู่บ้านญาติ นอกจากนี้ ระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้ถนนเชื่อม อ.วารินชำราบ กับเทศบาลนครอุบล ราชธานีถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว 3 เส้นทาง ประชาชนต้องใช้เรือในการสัญจรไปมา เพราะระดับน้ำล้นตลิ่งสูงกว่า 4.40 เมตร ขณะที่ประธานหอการค้า จ.อุบลราชธานี คาดว่า น้ำท่วมปีนี้ทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดได้รับความเสียหาย ภาคเกษตรกรรมที่ถูกน้ำท่วมมากกว่า 2 แสนไร่ ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเสียโอกาสค้าขายระหว่างเมืองและกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และมูลค่าความเสียหายจะสูงขึ้นไปอีกหากน้ำท่วมเป็นเวลานาน

เจ้าหน้าที่สถานีวัดระดับน้ำ M7 รายงานว่า แม่น้ำมูลมีปริมาณน้ำประมาณ 163% ของความจุลำน้ำ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 5-10 ซม. เขื่อนทดน้ำในลำน้ำมูล แขวนบานระบายทั้งหมดแล้วอยู่ในสถานะวิกฤติ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน อ.เมืองอุบลราชธานี ได้แก่ ชุมชนวังแดง ชุมชนหาดวัดใต้ ชุมชนวังสว่าง ชุมชนบุ่งกาแซว ชุมชนหาดคูเดื่อ ชุมชนทัพไท และชุมชนบูรพา และ อ.วาริน ชำราบ ได้แก่ ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนหาดสวนยา ชุมชนท่าบ่งมั้ง ชุมชนเกตุแก้ว ชุมชนช่างหม้อ และชุมชนดีงาม ส่วนที่บ้านอุ่มเย็น หมู่ 5 ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดลำห้วยโมง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง น้ำท่วมชุมชนเสียหาย 80 หลังคาเรือน

จ.พิษณุโลก ทหารกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ร่วมกับผู้นำชุมชนและอาสามูลนิธิมิตรภาพมงคลธรรม เร่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 บ้านคลองทำเนียบ ต.วังวน อ.พรหม พิราม ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านคลองทำเนียบ ต.วังวน อ.พรหมพิราม และช่วยยกสิ่งของขึ้นที่สูง หลังได้รับผลกระทบจากแม่น้ำยม (สายเก่า) ที่หลากจาก จ.สุโขทัย ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง บางจุดท่วมถึงคอ ขณะนี้มีชาวบ้านอพยพไปแล้ว 20 ครัวเรือน

ส่วนมวลน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังทะลักเข้าท่วมตลาดริมน้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ย่านเศรษฐกิจขยายวงกว้างและมีระดับสูงถึงหัวเข่า บริษัท ห้างร้าน และร้านค้าต้องปิดกิจการชั่วคราว ตลาดสดที่ถูกน้ำท่วมย้ายไปตั้งที่ตลาดพัฒนาห่างจากที่เดิมไปประมาณ 1 กม. ส่วนการจัดงานสืบสานประเพณีเทโวในเทศกาลออกพรรษานั้น งดกิจกรรมบางอย่างไป โดยเฉพาะการประกวดโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้างที่มากกว่า 30 ชุด ที่เป็นมรดกล้ำค่าจากบรรพบุรุษมาเป็นเวลานับร้อยปี รวมทั้งกิจกรรมขบวนรถแห่พุทธประวัติที่จัดกันอย่างยิ่งใหญ่สวยงามต้องงดการจัดไป เนื่องจากเส้นทางขบวนที่จะผ่านน้ำท่วม

ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท น้ำไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณน้ำฝนจากทางตอนบนประเทศ วัดได้อัตรา 3,094 ลบ.ม./วินาที เจ้าหน้าที่วางแผนคงการระบายน้ำไว้ในเกณฑ์ เฉลี่ย 3,000 ลบ.ม./วินาที ไปจนถึงวันที่ 13 ต.ค. เพื่อพร่องน้ำในพื้นที่เหนือเขื่อนที่กำลังเต็มความจุลำน้ำ และลดผลกระทบต่อพื้นที่ริมตลิ่งเหนือเขื่อน แต่จะกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนควรเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดแตกที่จุดวัดลัดเสนาบดี ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท ยาวประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮและใช้ถุงบิ๊กแบ็กปิดทางน้ำและซ่อมแซม เพราะหากจุดนี้กั้นไม่อยู่น้ำจะทะลักเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ

เช่นเดียวกับที่ จ.สิงห์บุรี คันดินกั้นน้ำตรงข้ามวัดสถิตย์วัฒนาราม หมู่ 1 ต.บางกระบือ อ.เมือง เกิดแตกกว้าง 10 เมตร น้ำทะลักเข้าทุ่งนากว่า 100 ไร่ และท่วมชุมชนบ้านประวีณ เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮทำคันดินเสริมอุดจุดที่แตกแล้ว ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมแจกถุงยังชีพให้กับชาวบ้าน และรับเรื่องที่ชาวบ้านร้องขอให้กรมชลประทานเร่งผันน้ำออกหวั่นท่วมนาข้าว
จ.อ่างทอง น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนไหลผ่านลอดใต้สะพานบ้านสาย 5 ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก ผ่านไปยังพื้นที่ ต.โรงช้าง อ.ป่าโมก และไหลต่อไปยัง ต.ทับน้ำ อ.บางปะหัน จ.พระนคร ศรีอยุธยา น้ำท่วมถนนเส้น 309 อ่างทอง-อยุธยา ช่วงหมู่ 5 ต.บางเสด็จ ระดับสูงเกือบถึงหัวเข่าระยะทาง 1 กม. ที่ถนนป่าโมก-บางบาล หมู่ 4 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮสร้างคันดินริมถนน เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นไหลข้ามฝั่ง ขณะที่ ปภ.จ.อ่างทอง รายงานว่า บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ 31 ตำบล 126 หมู่บ้าน 3,999 ครัวเรือน

นายสมชาย ไวยภาคี อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.วัดยม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า น้ำท่วมสูงจนถึงพื้นบ้าน ต้องหนุนพื้นสูงทำเป็นที่นอนและเก็บของ ตนและครอบครัวใช้ชีวิตอยากลำบาก หากจะเข้าห้องน้ำต้องพายเรือไปที่โรงเรียนและวัดในละแวกใกล้เคียง

ด้านนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี กล่าวว่า สร้างแนวคันกั้นน้ำด้วยกระสอบทรายไปแล้ว 2.5 แสนใบ และกำลังบรรจุเพิ่มอีก 1 แสนใบเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ คาดว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มสูงขึ้น ด้วยความไม่ประมาท จะเสริมแนวกระสอบทรายให้สูงขึ้น 3.2 เมตร ส่วนกรณีที่มีฝนตกลงมาเพิ่ม เทศบาลฯเตรียมพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามจุดต่างๆ เอาไว้หมด พื้นที่ของเทศบาลนครนนทบุรีมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 17 ชุมชน เจ้าหน้าที่นำถุงยังชีพแจกไปแล้ว 3,700 ชุด พร้อมกับทำทางเดินสะพานไม้ให้ชุมชนที่ถูกน้ำท่วมขัง

พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ศบภ.ฐท.กท.) ร่วมกับกรุงเทพ มหานคร โดยเฉพาะเขตบางกอกน้อย และเขตบางกอกใหญ่ สนับสนุนกำลังพล เครื่องมือและอุปกรณ์ ต่างๆ ในการอุดเสริมเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองสาขาต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน นอกจากนี้ จัดชุดเคลื่อนที่เร็วไปประจำอยู่ตามพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องร้องขอ

ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีข้อสั่งการกำชับส่วนราชการในพื้นที่ ให้จัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของงาน มุ่งตอบสนองความเดือดร้อนและความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังแผนการปฏิบัติ และการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยแล้ว เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วบางส่วน นายกฯขอเน้นย้ำเพิ่มเติมในเรื่องดังต่อไปนี้ 1.การดูแลบ้านเรือน ทรัพย์สินผู้ประสบภัย 2.การดูแลพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น สถานเลี้ยงเด็ก บ้านคนชรา ผู้ป่วยติดเตียงในแต่ละชุมชน 3.การป้องกันที่ตั้งโรงพยาบาลและสถานพยาบาลบริการทางการแพทย์ ต้องสามารถทำงานต่อไปได้ และ 4.การสัญจรไปมา เช่น ถนน สะพาน บริการรถรับ-ส่งนักเรียนและประชาชนทั่วไป เพื่อลดผลกระทบการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯห่วงใยทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชน กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมั่นตรวจตรา ดูแลอย่างเข้มข้น ฝากเตือนมิจฉาชีพอย่าฉวยโอกาสลักทรัพย์หรือขโมยตามบ้านเรือนผู้ประสบภัย กรณีนี้ผู้กระทำจะได้รับโทษหนักกว่าปกติ ถือว่าซ้ำเติมผู้กำลังเดือดร้อน ตามมาตรา 335 (2) ให้ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงหนึ่งแสนบาท แม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะจัดกำลัง ออกตรวจเข้มงวดกวดขัน แต่ยังพบผู้ไม่มีจิตสำนึกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ที่ทุกข์ยากเช่นนี้ หากพบการกระทำเช่นนี้ รัฐบาลยืนยันจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 3 เรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ ว่า ช่วงวันที่ 10-14 ต.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 10-11 ต.ค. จากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

คุณกำลังดู: สิงห์บุรี-ชัยนาท คันดินแตกอีก 10-11 ต.ค.ฝน-ลมแรง เตรียมรับอากาศเย็น

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด