ศูนย์จีโนมฯ เผยผลศึกษากาตาร์ ชี้อีกไม่กี่ปีเชื้อโควิดจะอยู่กับคนแบบไข้หวัด

ศูนย์จีโนมฯ เผยผลศึกษากาตาร์ ชี้อีกไม่กี่ปีเชื้อโควิดจะอยู่กับคนแบบไข้หวัด

ศูนย์จีโนมฯ เผยผลศึกษากาตาร์ ชี้อีกไม่กี่ปีเชื้อโควิดจะอยู่กับคนแบบไข้หวัด

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2565) ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ผลการศึกษาวิวัฒนาการของไวรัสโควิด-19 กับมนุษย์ ระบุว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าไวรัสโควิด-19 กับมนุษย์ จะมีวิวัฒนาการร่วมกันของการติดเชื้อคล้ายกับไวรัสไข้หวัดธรรมดา (common cold virus) หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus)

ทั้งนี้ข้อความระบุว่า

ข่าวดี! ทีมวิจัยจากกาตาร์ สรุปว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่ไวรัสโคโรนา 2019 และมนุษย์จะมีการวิวัฒนาการร่วมกันออกมาในรูปแบบ (pattern) ของการติดเชื้อคล้ายกับไวรัสไข้หวัดธรรมดา (common cold virus) หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus)

งานวิจัยล่าสุดจากทีมวิจัยจากประเทศกาตาร์ ศึกษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวนกว่า 1 ล้านคน เก็บข้อมูลมาตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดจากไวรัสอู่ฮั่น ตามมาด้วยการระบาดของสายพันธุ์ อัลฟา เบตา เดลตา จนมาถึง โอไมครอน BA.1, BA.2, BA.4 และ BA.5 ในปัจจุบัน บ่งชี้ว่า

1) ภูมิคุ้มกัน ที่ป้องกันการติดเชื้อซ้ำที่ได้จากการติดเชื้อตามธรรมชาติหรือจากการฉีดวัคซีน (แอนติบอดี จากบีเซลล์:B-cell ที่ทำลายไวรัสอย่างจำเพาะ) มีคุณสมบัติทางชีวภาพ (Biological property) ที่จะด้อยประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อซ้ำอย่างรวดเร็วและหมดลงในเวลาไม่กี่ปี ประกอบกับคุณสมบัติของไวรัสเอง (Virological property) ที่เป็นไวรัสอาร์เอ็นเอ ซึ่งมีกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่องส่งผลให้แอนติบอดีจำไวรัสที่กลายพันธุ์ไปไม่ได้ ทำให้ประสิทธิภาพในการจับและทำลาย (neutralization) ไวรัสลดลงเช่นกัน

2) ตรงกันข้าม ภูมิคุ้มกันที่ป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต (จากทีเซลล์:T-cell ที่เข้าทำลายเซลล์ติดเชื้อไวรัสแบบไม่จำเพาะ) ยังคงมีประสิทธิภาพดีเต็ม 100 ไม่ลดลง ตลอด 14 เดือนที่ทีมวิจัยเก็บข้อมูล ไม่ว่าผู้ติดเชื้อรายนั้นจะติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์หลักหรือสายพันธุ์ย่อยที่กลายพันธุ์ไปเท่าใดก็ตาม

3) ภูมิคุ้มกันประเภทแอนติบอดีที่ป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งได้จากการติดเชื้อจากธรรมชาติจะยืนยาวกว่าภูมิคุ้มกันที่ได้มาจากการฉีดวัคซีน

ในยุคก่อนการมีการระบาดของโอไมครอน
ภูมิคุ้มกันจากแอนติบอดี ที่ได้จากการฉีดวัคซีนจะคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ในขณะที่ภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อตามธรรมชาติที่ป้องกันการติดเชื้อซ้ำจะคงอยู่ได้ประมาณ 3 ปี

ในยุคการระบาดของโอไมครอน
ภูมิคุ้มกันจากแอนติบอดี ที่ได้จากการฉีดวัคซีนจะคงอยู่ได้ <6 เดือน ในขณะที่ภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อตามธรรมชาติที่ป้องกันการติดเชื้อซ้ำจะคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

ทีมวิจัยจากกาตาร์ สรุปว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่ไวรัสโคโรนา 2019 และมนุษย์จะมีการพัฒนาตนเองออกมาในรูปแบบ (pattern) ของการติดเชื้อคล้ายกับไวรัสไข้หวัดธรรมดา (common cold) หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza) กล่าวคือ

การติดเชื้อไวรัสไข้หวัดธรรมดาจากไวรัสโคโรนา และไวรัสไข้หวัดใหญ่จากไวรัส Influenza จะก่อเกิดภูมิคุ้มกันระยะสั้น(จากแอนติบอดี) ป้องกันการติดเชื้อซ้ำอย่างจำเพาะต่อแต่ละสายพันธุ์ได้เพียงประมาณหนึ่งปีหรือตามฤดูกาล แต่จะมีภูมิคุ้มกันที่ป้องกันอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต(จากทีเซลล์) ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อรุนแรงที่ไม่จำเพาะต่อสายพันธุ์ไปได้ตลอดชีวิต

อนึ่ง เนื่องจากไวรัสโคโรนา 2019 มีความสามารถในการกลายพันธุ์หลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ จึงนำไปสู่การระบาดเป็นระลอก (wave) ต่อเนื่องไป (อาจเป็นการระบาดรายปี) อย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน (memory T และ B cells) จะช่วยป้องกันมิให้เกิดการติดเชื้อซ้ำที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตจะส่งผลต่อรูปแบบของการติดเชื้อของไวรัสโคโรนา 2019 ให้ลดความรุนแรงลงจน สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ในลักษณะของโรคประจำถิ่นในที่สุด

Duration of immune protection of SARS-CoV-2 natural infection against reinfection in Qatar | medRxiv
https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2022.07.06.22277306v1?utm_content=buffer8764a&utm_medium=social&utm_source=twitter.com&utm_campaign=bufferdki

คุณกำลังดู: ศูนย์จีโนมฯ เผยผลศึกษากาตาร์ ชี้อีกไม่กี่ปีเชื้อโควิดจะอยู่กับคนแบบไข้หวัด

หมวดหมู่: ข่าว

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด