ศุภชัย เหน็บทำสงครามยาเสพติดฆ่าตัดตอน เพื่อไทยสวนกลับห่วงนโยบายกัญชาดีกว่า

ศุภชัย เหน็บทำสงครามยาเสพติดฆ่าตัดตอน เพื่อไทยสวนกลับห่วงนโยบายกัญชาดีกว่า

“ศุภชัย” เหน็บนโยบายทำสงครามยาเสพติด ฆ่าตัดตอนถูกกล่าวขานไปทั่ว ชี้ ใช้กฎหมายยาเสพติดปี 64 แทนประกาศสงคราม “ตรีชฎา” โต้กลับ หยุดกล่าวหาใส่ร้ายพรรคอื่น สวน ห่วงนโยบายกัญชาพรรคตัวเองดีกว่า

วันที่ 9 ต.ค. 2565 นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุบางส่วนว่า ภายหลังเหตุโศกนาฏกรรมกราดยิงหนองบัวลำภู แม้ว่าผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่พบว่าผู้ก่อเหตุเสพสารเสพติด แต่กลับมีนักการเมืองระดับหัวหน้าพรรคคนหนึ่งแสดงความเห็นประเด็นเรื่องมาตรการด้านการปราบปรามยาเสพติด จนถึงขนาดจะออกเป็นนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดเหมือนกับพรรคเดิมที่เคยสังกัดเคยประกาศและออกมาทำสงคราม จนเป็นที่กล่าวขานกันทั้งในและต่างประเทศถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายนั้น หากจะมีการสืบค้นกันก็จะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับนโยบายดังกล่าว

นายศุภชัย ระบุต่อไปว่า ในสมัยประชุมของรัฐสภาที่ผ่านมาได้ผ่านกฎหมายอันสำคัญยิ่ง คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มีผลใช้บังคับในวันที่ 9 ธ.ค. 2564 ซึ่งตนเองเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดประมาณ 29 ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ ส่วนกฎหมายลำดับรองของกฎหมายเหล่านี้จะยังมีผลบังคับใช้อยู่จนกว่าจะมีการออกกฎหมายลำดับรองฉบับใหม่ออกมา โดยในตัวประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่

ในแง่การจัดการผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเหยื่อที่เป็นผู้ใช้สารเสพติดหรือผู้เสพ เด็กและเยาวชน ก็จะมีมาตรการบำบัดฟื้นฟู มาตรการอื่นแทนการลงโทษจำคุก ให้การดูแลช่วยเหลือ สร้างภูมิคุ้มกัน กลุ่มแรงงาน ก็จะมีมาตรการบำบัดรักษา มาตรการของการขยายผลไปยังเครือข่าย มีการลงโทษทางอาญาและลดโทษหากให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์ และกลุ่มของนายทุน ก็จะมีมาตรการโทษทางอาญาที่รุนแรงเด็ดขาด มาตรการสมคบหรือการสนับสนุน มาตรการริบทรัพย์สิน (รวยขึ้น/ทดแทน/ตามมูลค่า)

อีกทั้งในกฎหมายนี้มีการกำหนดบทลงโทษประการหนึ่งที่ประชาชนควรรับรู้ไว้ คือ การที่บุคคลที่ยอมให้ใช้ชื่อ เอกสาร หลักฐาน ไปเปิด จด หรือลงทะเบียนทำธุรกรรมทางการเงิน ซื้อสินค้า หรือยอมให้ใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซิมการ์ด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรง มีบทลงโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท จึงอยากขอเตือนประชาชนว่าไม่ควรยอมให้ผู้อื่นนำชื่อหรือเอกสารไปใช้เพราะจะเสี่ยงต่อการกระทำผิดทางกฎหมาย

“ผมยืนยันว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดนี้จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบของประเทศ และผมมั่นใจว่าหากท่านหัวหน้าพรรคได้อ่านได้ศึกษากฎหมายฉบับนี้ และทำความเข้าใจอย่างจริงจังแล้ว ท่านคงไม่จำเป็นต้องนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดเป็นแน่ ผมขอภาวนาและเรียกร้องท่านว่าอย่าออกนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดเลย เพราะเหตุการณ์การฆ่าตัดตอน การอุ้มหาย ใบอนุญาตฆ่า (Licence to Kill) จากนโยบายอย่างโหดร้ายในขณะนั้นยังอยู่ในความทรงจำของผู้คนอยู่มิลืมเลือน”

ทางด้าน น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้ในเวลาต่อมาว่า อยากขอความชัดเจนจาก นายศุภชัย ว่าบุคคลที่เอ่ยถึงหมายถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือไม่ หากใช่ก็ขอให้กล่าวให้ชัดเจน การที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำสงครามกับยาเสพติดนั้น พรรคเพื่อไทยต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายที่มีอยู่ทุกประการ ไม่ใช่การประกาศสงครามกับพ่อค้าหรือคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่คือการขจัดยาเสพติดให้สิ้นไปจากสังคมไทย จึงอยากเตือนให้หยุดกล่าวหาพูดจาใส่ร้ายพรรคอื่น เพราะขณะนี้กำลังเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้ง การกล่าวหาบุคคลอื่นหรือพรรคการเมืองอื่นอาจมีความผิด และนายศุภชัยไม่ใช่เด็กแล้ว ควรที่จะรู้ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ด้วย

ส่วนเรื่องที่ นายศุภชัย ระบุว่ามีใบอนุญาตฆ่า สังหาร ฆ่าตัดตอน ไม่เคยมีรัฐบาลใดในอดีตทำเช่นนั้น นายศุภชัย ควรตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงก่อน เพราะปรากฏว่าต่อมามีการตรวจสอบภายหลังรัฐประหารว่าพรรคไทยรักไทยไม่มีนโยบายฆ่าตัดตอนอย่างที่ถูกกล่าวหา

“พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตามนโยบายใดต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ นายศุภชัย ไปเป็นห่วงนโยบายกัญชาของพรรคท่านดีกว่า ว่าประชาชนรู้สึกอย่างไร นโยบายของท่านจะส่งผลต่อการหาเสียงข้างหน้าอย่างไร อีกไม่นานคำตอบจะออกมาในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง”

คุณกำลังดู: ศุภชัย เหน็บทำสงครามยาเสพติดฆ่าตัดตอน เพื่อไทยสวนกลับห่วงนโยบายกัญชาดีกว่า

หมวดหมู่: ภูมิภาค

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด