สรุปคำแถลงของ ปราปต์ปฎล ยันไม่เกี่ยว Forex-3D ยังรัก จิ๊กกี๋ ไม่ว่าจะยังไง (คลิป)

สรุปคำแถลงของ ปราบต์ ปราปต์ปฎล ยืนยันไม่เกี่ยว Forex-3D ยังรัก จิ๊กกี๋ ชนกวนันท์ เหมือนเดิม ไม่ว่าจะยังไง

สรุปคำแถลงของ ปราปต์ปฎล ยันไม่เกี่ยว Forex-3D ยังรัก จิ๊กกี๋ ไม่ว่าจะยังไง (คลิป)

ก่อนหน้านี้ได้มีชื่อของ ดารา ป. ที่ถูกออกหมายเรียกในข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ก่อนที่ทาง DSI ได้เผยชื่อออกมาว่าเป็นนักแสดงหนุ่ม ปราบต์ ปราปต์ปฎลสุวรรณบางแต่เจ้าตัวได้ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ล่าสุดปราปต์ปฎลพร้อมด้วยที่ปรึกษาด้านกฎหมายได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งคำชี้แจงดังกล่าวสรุปได้ดังนี้

- ตั้งใจมาเพื่อเคลียร์ตัวเอง เพราะตอนนี้ไปไหนมาไหนก็ตกเป็นจำเลยสังคม ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี Forex-3D และถูกตั้งข้อกล่าวหา พิพากษาบนโลกโซเชียลไปแล้ว
- ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และไม่รู้จักธุรกิจนี้เลย
- เรื่องนี้ทำกระทบกับงานอย่างมาก เริ่มโดนยกเลิกงาน งานละครที่วางตัวไว้ ผู้ใหญ่เรียกคุย ช่องเบรกงานเกือบทั้งหมดเพื่อให้ไปเคลียร์ตัวเอง ให้ออกมาพูด ทำให้ชีวิตในวงการบันเทิงที่อยู่มา 30 ปี มีรายได้ทางเดียวจากการเป็นนักแสดง เกิดผลกระทบอย่างหนัก
- รายได้จากการเป็นนักแสดง 20-30 ปี ยังไม่มีปัญญาขับรถสปอร์ตหรูๆ เลย เพราะตั้งแต่เกิดมา เงินในบัญชีมีหมุนเวียนไม่เคยเกิน 3-4 ล้านบาท ฉะนั้นไม่มีทางที่จะมีรถสปอร์ตขับแน่นอน
- ยืนยันไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดี Forex-3D เลย เพิ่งมารู้จักก็วันที่ อภิรักษ์ CEO ถูกจับกุม แล้วบังเอิญ น้องกี๋ ที่เป็นอดีตภรรยาของ CEO Forex-3D มาเป็นภรรยาคนปัจจุบันของตนเอง
- บ้านและรถหรูคันที่เป็นข่าว ไม่ใช่ของตนเอง แต่เป็นรถของ จิ๊กกี๋ ภรรยา

- สาเหตุที่ออกมาพูดในวันนี้เพราะกำลังจะตกงานแล้ว อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่าจะออกมาพูดในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งก็คือวันนี้
- ปราบต์ ยืนยันว่ายังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของ จิ๊กกี๋ ภรรยา
- ในประเด็นเรื่องรถหรู ที่ทำให้ถูกตั้งข้อกล่าวหา เป็นรถของ จิ๊กกี๋ ซึ่งเป็นภรรยาคนปัจจุบัน โดยก่อนหน้านี้เคยคบกันมา 1-2 ปี เมื่อช่วงประมาณปี 2558 รู้จักกันผ่านทางพี่ชายเขาที่เป็นนักแสดงด้วยกัน และแยกกันไป
- จากนั้นกลางปี 2562 จิ๊กกี๋ ได้กลับเข้ามาในชีวิตของ ปราบต์ และช่วงเดือน ต.ค. 2562 ได้เจอ จิ๊กกี๋ อีกครั้งในงานศพของพ่อฝ่ายหญิงตนจึงได้มีโอกาสถามถึงเรื่องสามี (อภิรักษ์) ซึ่ง จิ๊กกี๋ บอกว่าเลิกกันนานแล้ว
- ในระหว่างนั้นกำลังมีข่าว Forex-3D ปราบต์ได้ไปเจอรูปของ ดีเจแมน-ใบเตย และ อภิรักษ์-จิ๊กกี๋ ถ่ายด้วยกัน ซึ่งตนเองสงสัยว่าผู้ชายอีกคนนั้นเป็นใคร จิ๊กกี๋ บอกว่า คนนี้คืออดีตสามี และกำลังมีคดี Forex-3D จึงได้ถาม จิ๊กกี๋ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ซึ่งฝ่ายหญิงบอกว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง มันเป็นธุรกิจของอดีตสามี พร้อมยืนยันว่าแยกทางกับ อภิรักษ์ แล้ว ซึ่งตอนนั้น จิ๊กกี๋ ก็ขับรถส่วนตัว คือแอสตันมาร์ติน คันที่เป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ขับแบบเปิดเผย ขับไปหาที่กองถ่าย เพราะรถคันนี้เป็นรถส่วนตัวที่ จิ๊กกี๋ ใช้อยู่ทุกวัน
- กระทั่งช่วงเดือน เม.ย. 2563 เป็นช่วงน้ำท่วม จิ๊กกี๋ ได้ขอให้ตนเองหาที่จอดรถให้ เพราะเป็นรถสปอร์ต ไม่มีที่จอด กลัวเจอน้ำท่วม ตนเองเลยให้ไปจอดบ้านเพื่อนที่ จ.ราชบุรี ซึ่ง จิ๊กกี๋ ก็ขับไปจอดเอง พอน้ำลดก็กลับไปเอาขับมาขับปกติ
- เดือน ก.ค. 2563 จิ๊กกี๋ ป่วยไส้ติ่งแตก มีเพื่อนที่เป็นกะเทยได้พาไปส่งที่โรงพยาบาล ตนเองก็ได้ไปเยี่ยม หลังจากนั้น 2-3 วัน จิ๊กกี๋ ก็ได้รับข้อความจากเพื่อนกะเทยคนดังกล่าวว่า ห้องนั้น สมบัติทุกอย่างเป็นของเขา เขาได้งัดห้องไปเอาเงินสด ของแบรนด์เนมทุกอย่างของ จิ๊กกี๋ ไป โดยให้สาเหตุว่าคือหนึ่งในผู้เสีบหายคดี Forex-3D และในห้องนั้นมีกุญแจรถหรูของ จิ๊กกี๋ อยู่ด้วย รู้สึกว่ารถจะไม่ปลอดภัย จิ๊กกี๋ จึงได้วานให้ ปราบต์ ช่วยไปเอากุญแจรถออกมา และเอาไปเก็บให้ที ตนเองเลยไปนำรถคันนั้นออกมา โดยขับไปถ่ายละคร และขับไปไว้บ้านเพื่อนที่ราชบุรี และเพื่อนก็ขับมาส่งตนเองที่บ้าน พร้อมยืนยันว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถแค่นี้ ไม่ได้มีเรื่องใดๆ และขับรถคันนั้นแค่นั้น


- ในวันที่รถหรูคันนี้ถูกยึดไปอายัด เจ้าหน้าที่ DSI ได้ไปถึงหน้าบ้านเพื่อนคนที่รับฝากรถ และแจ้งกับเจ้าของบ้านว่า เชื่อว่ารถคันนี้ได้มาจากการกระทำความผิดของ อภิรักษ์ เพราะตอนนั้น จิ๊กกี๋ ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดีใดๆ
- ปราบต์ เผยต่อว่า วันที่พา จิ๊กกี๋ ออกจากโรงพยาบาล ก็ได้พาไปแจ้งความว่าเจอคนงัดห้อง ซึ่งกะเทยคนนี้กำลังถูกดำเนินคดี คดีอยู่ที่ สน.สุทธิสาร แต่กะเทยคนนี้ได้ซัดทอดว่า ของในห้องนั้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ DSI และเจ้าหน้าที่ DSI คนนี้ก็ได้บอกว่า กะเทยใช้ทนายโทรแจ้งความบริสุทธิ์ ว่าให้มารับทรัพย์ที่ห้อง เพราะคาดว่าทรัพย์สินในห้องนี้ได้มาจากการกระทำความผิดในคดี Forex-3D
- ด้านที่ปรึกษาของ ปราบต์ เผยว่า ตนเองไม่เข้าใจว่าทำไม DSI ถึงถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับ Forex-3D ความเกี่ยวโยงเพียงหนึ่งเดียวคือ ไปเป็นสามีของ จิ๊กกี๋ อดีตภรรยาของ อภิรักษ์ แค่นั้นเอง
- ปราบต์ ยืนยันว่า ข้อเท็จจริงคือตนเองไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะที่ผ่านมีข่าวอักษรย่อ ดารา ป. ก็มองว่าไม่ใช่ชื่อของตน กระทั่ง ผอ.กอง DSI ได้ออกมายืนยันว่าเป็นชื่อของตนเอง และสื่อก็ได้ประโคมข่าวออกมาว่ามีหมายเรียกคือ นายปราบต์ปฎล สุวรรณบาง อันนี้เริ่มรู้สึกว่าไม่ถูกต้องแล้ว
- ทุกอย่างมีเอกสาร มีไทม์ไลน์ยืนยันว่า ปราบต์ปฎล ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชน แต่เกี่ยวข้องแค่เรื่องขับรถของ จิ๊กกี๋ ไปไว้ที่บ้านเพื่อนที่ราชบุรีด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า จิ๊กกี๋ นอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล
- ปราบต์ เผยว่า ทุกคนที่อยู่เคียงข้าง เขาได้ยื่นมือมาช่วยโดยไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน ซึ่งทุกคนเห็นข้อเท็จจริงที่เป็นเอกสารทั้งหมด และมองว่าตนเองถูกรังแก
- หลังจากนี้จะนำหลักฐานเข้าไปชี้แจงที่ DSI ภายใน 15 วันตามที่กำหนด ซึ่ง DSI นั้นมีหลักฐานอยู่แล้ว และรูปภาพรถหรูคันนั้นเป็นรูปตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำไปแล้ว


- เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่โดนข้อหา เพราะเป็นแฟนกับ จิ๊กกี๋ ภรรยาเก่าของ อภิรักษ์ ซึ่งปราบต์บอกว่า มันเป็นไปแล้ว และตนเองขับรถไปให้ จิ๊กกี๋ เพราะป่วย ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจรับ จิ๊กกี๋ มาเป็นภรรยาเลย
- ในวันที่ 16 ส.ค. 2565 ที่ จิ๊กกี๋ ถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำ ตอนนั้นอยู่ในฐานะภรรยาแล้ว ซึ่ง จิ๊กกี๋ ไม่มีรายได้ ตนเองเป็นฝ่ายเลี้ยงดู และฝ่ายหญิงก็ช่วยทำขนมขาย และช่วยกันทำมาหากิน
- ปราบต์ เผยว่า ในช่วงแรกๆ ตนเองไม่เคยถามถึงเรื่องส่วนตัวของ จิ๊กกี๋ เลย อย่างเช่นเรื่องรถ เห็นเขาใช้รถคันนี้มาตลอด ซึ่งรถหรูคันดังกล่าว จิ๊กกี๋ ได้มาจากการทำธุรกิจขายเครื่องสำอาง และปราบต์เองก็ไม่ได้สอบถามอะไร เพราะมองเป็นเรื่องส่วนตัว และ ณ ตอนนั้นยังไม่ได้ใช้ชีวิตกันแบบสามีภรรยา
- จิ๊กกี๋ ได้หย่าร้างกับ อภิรักษ์ เมื่อประมาณปี 2562 ซึ่ง ปราบต์ ก็ไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของฝ่ายหญิงเลย
- ปราบต์ เผยว่า เริ่มใช้ชีวิตฉันสามีภรรยากับ จิ๊กกี๋ ประมาณต้นปี 2564 และ ปราบต์เคยเป็นป๊อปปี้เลิฟของ จิ๊กกี๋ เมื่อสมัยยังเด็ก ฝ่ายหญิงนั่งรถทัวร์มาหา แต่ตนเองไม่เคยสนใจ พร้อมกับยืนยันว่า จากวันนั้นจนถึงวันนั้น จิ๊กกี๋ ก็ยังเป็นคนดีคนเดิม
- ถามว่าอะไรที่ทำให้มั่นใจขนาดนี้ ปราบต์ บอกว่า ถ้าคุณได้มีความรักกับใครสักคน และใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน ถ้าไม่มั่นใจว่าเขาเป็นคนดี ก็คงไม่เอาเข้ามาในชีวิต

- ปราบต์ เผยว่า ตอนนี้มีละครอยู่ 2-3 เรื่องที่กำลังจะเปิดกล้อง เริ่มชะงักต่อตนเองแล้ว ทำให้สูญเงินกว่าหลักแสน
- ยืนยันไม่เคยได้ใช้เงิน 200-300 ล้าน อย่างที่เป็นข่าว
- ปราบต์ เผยว่า หลังได้พูดทุกอย่างออกมา รู้สึกโล่งมาก เพราะที่ผ่านมาอึดอัด ไม่ได้พูด -ด้านที่ปรึกษายืนยันว่ารถหรูคันที่ จิ๊กกี๋ ขับยังไม่ได้จดทะเบียน ยังเป็นรถป้ายแดง แม้แต่ชื่อผู้ครอบครองยังไม่รู้เลย รู้แต่ว่าเงินคนซื้อคือ อภิรักษ์ ซึ่งเขาซื้อด้วยเงินสด เพิ่งมารู้ภายหลังจากเอกสาร และภายหลังจากที่โดนตั้งข้อกล่าวหาแล้ว

- ยืนยันจะไม่มีวันปล่อยมือจาก จิ๊กกี๋ เพราะเป็นผู้หญิงที่รักมาก เขาเป็นคนดีมากในความรู้สึก และพร้อมรอให้ จิ๊กกี๋ ออกมาพิสูจน์ตัวเอง มองว่า จิ๊กกี๋ เป็นความโชคดีที่สุด และจะใช้ชีวิตคู่กับเขา จะใช้ชีวิตที่เหลือกับเขา ใช้ชีวิตกันแบบซื่อสัตย์ สุจริต และสะอาด จะให้เขาเริ่มชีวิตใหม่ที่ผ่านพ้นมรสุมทั้งหมด จะจับมือไปด้วยกัน
- ที่ผ่านมา ปราบต์ ก็ไปเยี่ยม จิ๊กกี๋ ทุกวันเท่าที่ทำได้ แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ไปจริงๆ ก็จะขอร้องให้คนสนิทไปแทน ซึ่ง จิ๊กกี๋ เขากำลังใจดีมาก.

คุณกำลังดู: สรุปคำแถลงของ ปราปต์ปฎล ยันไม่เกี่ยว Forex-3D ยังรัก จิ๊กกี๋ ไม่ว่าจะยังไง (คลิป)

หมวดหมู่: ความบันเทิง

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด