สธ.เปิด 8 จังหวัด ครองเตียงแดงสูงเกิน 20% แนะสูงอายุบูสต์วัคซีนให้ทันใน 4 เดือน

สธ.เปิด 8 จังหวัด ครองเตียงแดงสูงเกิน 20% แนะสูงอายุบูสต์วัคซีนให้ทันใน 4 เดือน

สธ.เปิด 8 จังหวัด ครองเตียงแดงสูงเกิน 20% แนะสูงอายุบูสต์วัคซีนให้ทันใน 4 เดือน

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ไทยมีผู้ป่วยรายใหม่เข้ารักษาในโรงพยาบาล (รพ.) 1,811 ราย ผู้ป่วยรุนแรง ปอดอักเสบ 786 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 349 ราย และเสียชีวิต 24 ราย ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในเกณฑ์รองรับด้านสาธารณสุขได้เมื่อเทียบช่วงเชื้อเดลต้าที่สูงมาก ส่วนผู้เสียชีวิตค่าเฉลี่ย 14 วัน ยังเท่าเดิม ส่วนผู้เสียชีวิตอาจมีแกว่งขึ้นลงได้

“สถานการณ์ขณะนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึง จังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และก็จะตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยปอดอักเสบ และใส่ท่อช่วยหายใจ จากนั้นก็จะเหมือนกับระลอกที่ผ่านมา คือ กระจายไปจังหวัดต่างๆ จากเมืองไปชนบท ซึ่งในช่วงวันหยุดยาวนี้ ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้แพร่ไปต่างจังหวัดเร็วขึ้น จึงต้องช่วยลดความเสี่ยง คงมาตรการป้องกันส่วนบุคคลให้เข้มข้น เพราะถ้าติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็ว ปอดอักเสบขึ้นเร็วด้วย จะกระทบเตียงยาในการรักษา ต้องช่วยกันชะลอ เพื่อให้ดูแลรักษาทั่วถึง” นพ.จักรรัฐ กล่าว

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ขณะนี้มีการปรับลดเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ใน รพ.ต่างๆลดลง เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคอื่นๆด้วย ทำให้จำนวนเตียงผู้ป่วยลดลงด้วย ซึ่งมี 8 จังหวัด ที่อัตรการครองเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ระดับ 2-3 มากกว่า ร้อยละ 20 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 38.2 สมุทรปราการ ร้อยละ 29.8 นนทบุรี ร้อยละ 42.6 นครสวรรค์ ร้อยละ 26 ชัยภูมิ ร้อยละ 30.50 ปทุมธานี ร้อยละ 29.3 เลย ร้อยละ 22.10 และน่าน ร้อยละ 20.50

“ต้องช่วยกันลดการติดเชื้อลงให้มากที่สุด มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล เว้นระยะห่างการรวมกลุ่ม สถานที่แออัด สวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง กลุ่ม 608 เมื่อมีอาการป่วยรีบไปพบแพทย์ เพื่อลดเสี่ยงป่วยหนักได้ รวมถึงการฉีดวัคซีน ซึ่งต้องไม่เกิน 3 เดือน เพราะหากเกิน 3-4 เดือนไปแล้ว ภูมิคุ้มกันอาจมาต่อสู้ไม่ทัน อาจป่วยหนักขึ้นได้ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ส่วนกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน ที่แข็งแรงผลอาการอาจจะไม่มาก หากเทียบกับกลุ่ม 608 เพราะฉะนั้น กลุ่ม 608 ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ต้องเร่งฉีดกระตุ้น หากได้รับเข็มล่าสุดมาเกิน 3 เดือน ควรรีบเข้ารับวัคซีนกระตุ้นด่วน ซึ่งขณะนี้กลุ่ม 608 รับเข็มกระตุ้นแล้ว ร้อยละ 47.5 ยังห่างจากเป้าที่ ร้อยละ 60” นพ.จักรรัฐ กล่าว

นพ.จักรรัฐ กล่าวด้วยว่า สธ.คาดการณ์สถานการณ์ระยะ Post Pandemic พ.ศ.2565 โดยสัญญาณเตือนที่จะพิจารณาปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรค คือ 1.ในส่วนของผู้ป่วยรายใหม่เข้ารักษาใน รพ. เกิน 4,000 รายต่อวัน อาจต้องให้สวมหน้ากากอนามัย 100% หรือเว้นระยะห่างมากขึ้น 2.ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ เกิน 400-500 รายต่อวัน อาจต้องปรับมาตรการรักษา ให้ยาเร็วขึ้น ป้องกันโรคอื่นด้วย และ 3.ผู้เสียชีวิต เกิน 40 รายต่อวัน ถ้าเกินต้องมีมาตรการเพิ่มเติม สำหรับคำแนะนำประชาชน ลดการป่วยหนัก หลังช่วงวันหยุดยาวเดือนกรกฎาคมนี้ สธ.ขอความร่วมมือ 1.คงมาตราการป้องกันส่วนบุคคล 2 U ติดเชื้อป่วยหนักไม่ให้ขึ้นเร็วเกินไป เว้นระยะห่าง รวมกลุ่มทำได้ แต่อย่าใกล้ชิดเกินไป สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเฉพาะขนส่งสาธารณะ หยุดยาว สวดมนต์ที่วัดนั่งห่างๆ ตรงไหนแออัดเลี่ยงได้ก็เลี่ยง การไปสถานบันเทิงอาจไม่อยู่ในโปรแกรม เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเพื่อลดเสี่ยงติดเชื้อกลุ่มเสี่ยงฉีดทุกเข็มกระตุ้นตามกำหนดป้องกันป่วยหนัก

และ 2.มาตรการด้านการแพทย์สาธารณสุข หากมีอาการป่วย ไข้ ไอ เจ็บคอ สงสัยติดเชื้อให้ตรวจ ATK หากเป็นขีดเดียวสวมหน้ากากอนามัย ไม่หายตรวจซ้ำ 24-48 ชั่วโมง หากเจอ 2ขีด ติดเชื้อ ให้กักตัวที่บ้านอย่างน้อย 7 วัน หรือปรึกษาโทรศัพท์หรือไปรับยาที่ รพ.เพื่อป้องกันป่วยหนัก ส่วนกลุ่ม 608 และผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น เมื่อติดเชื้อให้ไปพบแพทย์ บางคนอาจลงปอดโดยไม่ทราบ เมื่อติดเชื้อ งดร่วมกิจกรรมคนจำนวนมาก ลดเสี่ยงลง เลี่ยงขนส่งสาธารณะ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง สวมหน้ากากตลอดเวลา สังเกตอาการป่วยตัวเอง10 วัน

คุณกำลังดู: สธ.เปิด 8 จังหวัด ครองเตียงแดงสูงเกิน 20% แนะสูงอายุบูสต์วัคซีนให้ทันใน 4 เดือน

หมวดหมู่: ข่าว

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด