ทลายเครือข่าย นายฮ้อยทมิฬ ยึดยาบ้า 7 ล้านเม็ด ที่ดิน-สิบล้อ รวมกว่า 12 ล้าน

ทลายเครือข่าย นายฮ้อยทมิฬ ยึดยาบ้า 7 ล้านเม็ด ที่ดิน-สิบล้อ รวมกว่า 12 ล้าน

"บช.ปส" แถลงจับกุมผู้ค้ายารายสำคัญ 2 คดี ด้าน "รองผบ.ตร." ระบุ ทลายเครือข่ายนายฮ้อยทมิฬ กวาดล้างยาบ้า 7 ล้านเม็ด พร้อมทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท ส่วนอีกคดี ขยายผลจับยานรก ยึดรถหรูหลายรายการ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.บรรพต มุ่งชอบกลาง ผบก.ปส.3 นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คดี รวมผู้ต้องหา 5 ราย ของกลางยาบ้า 7 ล้านเม็ด และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 112 ล้านบาท

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า คดีแรกเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุม น.ส.ศรัญญา ฟักน่วม อายุ 35 ปี และนายโชคพิพัฒน์ ฉันทร์วิเชียร อายุ 35 ปี สามี พร้อมยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบเบื้องต้น 1.รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น Alphard SC สีขาว ทะเบียน (ป้ายแดง) ณ-0273 กทม. 2.มาสด้า รุ่น RX 7 สีน้ำเงิน ทะเบียน ฆค 3216 กทม. 3.Lamborghini รุ่น URUS สีฟ้า ทะเบียน (ป้ายแดง) ณ-5124 4.ฮอนด้า รุ่นแจ๊ส ทะเบียน 3กถ-7353 กทม. 5.PORCHE รุ่น 911 จีที2 อาร์เอส สีขาว ทะเบียน ญง 7 กทม. 6.มิตซูบิชิ รุ่นแสนเซอร์ สีเทา ทะเบียน กอ-6934 นนทบุรี 7.นิสสัน รุ่นสกายไลน์ อาร์ 32 ทะเบียน ฐค 32 กทม. 8.นาฬิกาข้อมือระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ paneria 9.นาฬิกาข้อมือระบุชื่อภาษาอังกฤษ "patek philippe geneve" 10.นาฬิกาข้อมือระบุชื่อภาษาอังกฤษ richard mille จำนวน 1 เรือน 11.บ้านเลขที่ 99/121 หมู่บ้านลัดดารมย์ ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมที่ดิน จำนวน 1 หลัง และ 12.อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ อินฟินิตี้ แม็กกาซีน 3 อัน พร้อมกล่องใส่อาวุธปืน 1 กระบอก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.60 ตำรวจ บก.สส.บช.น. จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด ไอซ์ 120 กิโลกรัม ส่งตัวมาดำเนินคดีที่ บช.ปส. จากนั้นทีม วิเคราะห์ของกองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด (บก.ขส.) ใช้ระบบฐานข้อมูล Big Data และสืบสวน ขยายผลจนทราบว่า น.ส.ศรัญญา มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน สามารถติดต่อนำยาเสพติดเข้ามาประเทศไทยได้ครั้งมากๆ ทั้งยาบ้า ไอซ์ คีตามีน ส่วนนายโชคพิพัฒน์ เพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติดมาเมื่อปี 2563 มีพฤติการณ์ในการติดต่อกับเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ทำหน้าที่ทั้งสั่งนำเข้ายาเสพติด และกระจายของไปให้ลูกค้าในเครือข่ายเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงนำพยานหลักฐานไปสู่การขอศาลออกหมายจับ น.ส.ศรัญญา หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด SN77 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 414/2565 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทําความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันจําหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจําหน่ายอันเป็นการกระทําเพื่อการค้า, เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนโดยเป็นการกระทำที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน กระทั่งวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา บก.ขส. บช.ปส. ร่วมกับ ขกท.ศปก.นสศ. และสำนักงาน ป.ป.ส. จับกุม น.ส.ศรัญญา ตามหมายจับศาลอาญา และจับกุม นายโชคพิพัฒน์ แจ้งข้อหา ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วย ประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ที่บริเวณทางพิเศษบรมราชชนนี ถนนบรมราชชนนี แขวงและเขต ตลิ่งชัน กทม. พร้อมตรวจยึดของกลางดังกล่าว

พล.ต.อ.รอย กล่าวอีกว่า คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปส.3 บูรณาการร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจับกุมนายสมภพ ชุมศรีนอก อายุ 42 ปี นายพันธ์เทพ เปี่ยมศิริ อายุ 29 ปี และ นายสมโภชน์ รุ่งสังข์ อายุ 37 ปี พร้อมของกลางและทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบเบื้องต้น จำนวน 14 รายการ มูลค่าประมาณ 12,000,000 บาท ประกอบด้วย 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 7 ล้านเม็ด 2.รถยนต์กระบะ (ตู้ทึบ) ยี่ห้อ เชฟโรเลต สีขาว ทะเบียน บล-5235 สระบุรี 3.รถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน 70-3076 ชัยนาท 4.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีเทา ทะเบียน 3 ฒฎ-4184 กทม. 5.โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง 6.บ้านพร้อมที่ดิน เลขที่ 85/2 ม.16 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 7.บ้านพร้อมที่ดิน เลขที่ 47 ม.1 ต.โพงาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 8.โฉนดที่ดิน เลขที่ 15611 อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 9.รถยนต์บรรทุกสิบล้อ สีฟ้า ทะเบียน 70-5833 เพชรบุรี 10.รถยนต์บรรทุกสิบล้อ สีขาว ทะเบียน 93-4534 กทม. 11.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า ทะเบียน กฉ-1265 ชัยนาท 12.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เชฟโรเลต สีเทา ทะเบียน บต-3529 ชัยนาท 13.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ นิสสัน สีเทา ทะเบียน บท-292 เลย และ 14.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า สีแดง ทะเบียน 5 กภ-5255 กทม.

ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ส่วนสถานที่ตรวจยึดยาเสพติดของกลางได้ที่ บริเวณถนนหน้าบ้านเลขที่ 20 หมู่ 10 ต.บ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และจับกุมนายสมภพ ชุมศรีนอก และนายพันธ์เทพ เปี่ยมศิริ ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 40/2 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จับกุมนายสมโภชน์ รุ่งสังข์ ที่บ้านเลขที่ 85/2 ม.16 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 11 ก.ค.65 เวลาประมาณ 18.30-19.30 น.

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้าและลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากชายแดนพื้นที่ภาคเหนือพื้นที่ จ.เชียงราย ส่งต่อให้กับกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่ภาคกลาง ชุดจับกุมจึงวางแผนสืบสวนสกัดกั้น จนไปจับกุมได้เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดของการดังกล่าวได้เป็นยาบ้า 35 กระสอบ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านหีบ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และสืบตามไปจับกุมผู้ต้องหาได้ที่หน้าบ้าน ใน ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 2 คน และยังขยายผลไปจับกุมผู้ต้องหารายที่ 3 ที่บ้านอีกหลัง ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ลักลอบขนยาเสพติดดังกล่าวโดยจะได้ค่าจ้างจากนายทุนที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และนำส่งเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางชายแดนภาคเหนือจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย ส่งต่อเข้ามายังพื้นที่ภาคกลาง พร้อมรับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและคดีอื่นๆ ในหลายพื้นที่ ก่อนจะนำตัวส่งไปดำเนินคดีและขยายผลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ชื่อว่า นายฮ้อย เพราะจะใช้ขบวนการขนส่งโคกระบือในการบังหน้า ซึ่งการจับกุมดังกล่าวผู้ต้องหาได้ใช้รถขนโคกระบือในการลักลอบขนส่งยาบ้า โดยนำยาบ้าซุกซ่อนไว้ใต้กองฟาง และต้อนวัวควายขึ้นไปบนรถบรรทุก เพื่อปิดบังอำพรางจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ และใช้กลิ่นขี้วัวขี้ควายปกปิดร่องรอยกลิ่นเฉพาะของยาบ้า ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มดังกล่าวมีประวัติลักลอบขนยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเคยมีการบุกเข้าทลายยึดทรัพย์เครือข่ายดังกล่าวมาแล้ว

คุณกำลังดู: ทลายเครือข่าย นายฮ้อยทมิฬ ยึดยาบ้า 7 ล้านเม็ด ที่ดิน-สิบล้อ รวมกว่า 12 ล้าน

หมวดหมู่: อาชญากรรม

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด