โอมิครอน XBB.1.5 โควิดสายพันธุ์แพร่ไวสุด น่ากังวลแค่ไหน?

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจับตาการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.5 ซึ่ง WHO ให้เป็นโควิดที่แพร่กระจายได้เร็วที่สุด โดยยังไม่แน่ชัดว่ามันทำให้ป่วยหนักขึ้นหรือไม่ แต่วัคซีนยังป้องกันได้

โอมิครอน XBB.1.5 โควิดสายพันธุ์แพร่ไวสุด น่ากังวลแค่ไหน?
  • นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจับตาการระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.5 ซึ่งองค์การอนามัยโลกยกให้เป็นโควิดที่แพร่กระจายเร็วที่สุดเท่าที่เคยพบมา

  • XBB.1.5 ยังมีการกลายพันธุ์ที่ทำให้มันหลบภูมิคุ้มกันและจับกับตัวรับในเซลล์มนุษย์ได้ดี ต่างจากสายพันธุ์ก่อนๆ ที่หลบภูมิคุ้มกันได้ แต่มีประสิทธิภาพในการจับเซลล์ลดลง

  • ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า XBB.1.5 จะทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยหนักกว่าไวรัสรุ่นก่อนหรือไม่ แต่พวกเขาย้ำว่า การฉีดวัคซีนยังเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

XBB.1.5 เป็นสายพันธุ์ย่อยของไวรัสโควิด-19 โอมิครอนตัวล่าสุดที่อุบัติขึ้นบนโลก และกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ถูกพบแล้วใน 29 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกากับหลายพื้นที่ในยุโรป ทำให้เกิดความกังวลว่าโควิดอาจกลับมาระบาดครั้งใหญ่อีกครั้ง

องค์การอนามัยโลกออกมายกให้ไวรัสสายพันธุ์ XBB.1.5 เป็นโอมิครอนที่แพร่กระจายไวที่สุดเท่าที่เคยพบมา มันมีการกลายพันธุ์ที่ทั้งทำให้ติดต่อได้ง่ายและหลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น แม้จะไม่มีข้อบ่งชี้ว่า มันทำให้ผู้ติดเชื้อป่วยหนักกว่าสายพันธุ์อื่น แต่คนกลุ่มเสี่ยงรวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ อาจได้รับผลกระทบจากไวรัสตัวนี้

นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่ายังมีเรื่องต้องศึกษาอีกมากเกี่ยวกับ XBB.1.5 เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายของมัน แต่การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นยังคงเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้

สายพันธุ์ที่แพร่กระจายเร็วที่สุด

XBB.1.5 เป็นสายพันธุ์ย่อยของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ย่อย XBB อีกที โดยองค์การอนามัยโลกยกให้ XBB.1.5 เป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่แพร่กระจายเร็วที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา มันเริ่มแพร่กระจายในสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนกันยายน และตอนนี้มันถูกพบแล้วใน 29 ประเทศ

ดร.อีวาน แฮร์ริสัน จากสถาบัน เวลล์คัม แซงเกอร์ (Wellcome Sanger) ในเมืองเคมบริดจ์ เชื่อว่า XBB.1.5 เกิดจากการรวมตัวกันของเชื้อโอมิครอนที่แตกต่างกัน 2 สายพันธุ์ในตัวของผู้ติดเชื้อ “จีโนมเล็กน้อยของไวรัสตัวหนึ่งไปร่วมกับจีโนมอีกเล็กน้อยของไวรัสตัวที่ 2 แล้วรวมตัวกัน และแพร่กระจายต่อไปเรื่อยๆ”

ดร.มาเรีย ฟาน แกร์คอฟ หัวหน้าทีมเทคนิคด้านโควิด-19 ของ WHO เผยว่า นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังกังวลกับความเร็วในการแพร่กระจายที่มันแสดงให้เห็นในสหรัฐฯ โดยตอนนี้อเมริกาเป็นประเทศที่มีอัตราส่วนผู้ติดเชื้อ XBB.1.5 มากที่สุดในโลก คิดเป็น 40% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบในประเทศ เพิ่มจากเดือนธันวาคมที่พบเพียง 4% เท่านั้น

ทำไม XBB.1.1 แพร่กระจายเร็ว?

ดร.แอนดี รอธสตีน นักชีวสารสนเทศศาสตร์ ซึ่งช่วยเหลือศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ในโครงการตรวจเชื้อและเก็บตัวอย่างพันธุกรรมที่สนามบินต่างๆ ในสหรัฐฯ กล่าวว่า XBB.1.5 มีอาวุธ 2 อย่างที่ทำให้มันได้เปรียบเชื้อสายพันธุ์ก่อน คือ มันติดต่อง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันมากขึ้น

เชื้อ XBB สายพันธุ์ดั้งเดิมมีการกลายพันธุ์ที่ทำให้มันเอาชนะระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความสามารถในการติดต่อสู่เซลล์มนุษย์ต่ำลง ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มันหายไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดการแพร่กระจายที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อเดือนตุลาคม

แต่ XBB.1.5 มีการกลายพันธุ์ใหม่ที่ยีนตำแหน่ง F486P ซึ่งฟื้นฟูความสามารถในการยึดติดกับเซลล์กลับมา ทำให้มันจับตัวรับ ACE2 บนผิวเซลล์มนุษย์ได้แน่นขึ้น ในขณะที่ยังหลบภูมิคุ้มกันได้ดีเหมือนเดิม ทำให้มันแพร่กระจายและทำให้คนติดเชื้อได้ง่ายกว่า XBB ชนิดดั้งเดิม

ไม่ฟันธง XBB.1.5 ทำให้ป่วยหนักขึ้นหรือไม่

ศ.วิลเลียม แชฟฟ์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัย แวนเดอร์บิลต์ (Vanderbilt) กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่พบว่า XBB.1.5 ทำให้เกิดอาการป่วยที่ต่างออกไปจากโอมิครอนสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้เกิดอาการ ไข้, ไอ, หายใจลำบาก, เหนื่อยล้า, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดหัว, เจ็บคอ, น้ำมูกไหล, ไม่รู้รสหรือกลิ่น, คลื่นไส้อาเจียน หรือท้องเสีย

ด้าน ดร.ฟาน แกร์คอฟ ระบุว่า องค์การอนามัยโลกยังไม่มีข้อมูลเรื่องความรุนแรงของ XBB.1.5 แต่ก็ไม่มีข้อบ่งชี้เช่นกันว่าโควิดสายพันธุ์นี้ทำให้คนป่วยหนักกว่าโอมิครอนสายพันธุ์ก่อนๆ และถึงแม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 เฉลี่ยทั่วโลกจะสูงขึ้น 15% ในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นการกลับมาเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าเป็นเพราะ XBB.1.5

วัคซีนยังใช้ป้องกันได้

ศ.รวินทรา กุปตา จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เชื่อว่าวัคซีนยังเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ล่าสุดนี้ “หลักฐานชี้ว่า วัคซีนกระตุ้นรุ่นใหม่ชนิดผสม 2 สายพันธุ์ (bivalent) กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี และตอบสนองอย่างแข็งแกร่งต่อไวรัสสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน รวมถึง BA.4 และ BA.5”

“XBB ก็คล้ายกับเป็นกิ่งก้านที่แยกออกมาจากสายพันธุ์ BA.2 ซึ่งเก่ากว่าเล็กน้อย แต่เราเชื่อว่าการฉีดวัคซีนกระตุ้นยังสร้างการป้องกันที่ดี” ศ.กุปตา กล่าวและเสริมว่า แม้ XBB.1.5 จะหลบภูมิคุ้มกันได้ แต่ภูมิคุ้มกันระดับสูงสามารถจำกัดโอกาสป่วยหนัก ขณะที่การตรวจโรคด้วยวิธีมาตรฐานอย่าง ART ก็สามารถตรวจจับ XBB.1.5 ได้

นักวิทย์ห่วงคนกลุ่มเสี่ยง

ศ.เวนดี บาร์เคลย์ จากราชวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า เธอไม่ได้กังวลเป็นพิเศษสำหรับผู้ได้รับวัคซีนแล้ว เพราะไม่มีข้อบ่งชี้ว่า XBB.1.5 สามารถทะลวงการป้องกันการติดเชื้อรุนแรงของวัคซีนได้ แต่เธอเป็นห่วงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อกลุ่มคนอ่อนแอ ซึ่งรวมถึงผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งได้รับประโยชน์จากวัคซีนน้อยกว่าคนทั่วไปมากกว่า

ด้าน ศ.เดวิด เฮย์แมนน์ จากโรงเรียนแพทย์เขตร้อนและสุขอนามัยลอนดอน ยอมรับว่า นักวิทยาศาสตร์ยังต้องเรียนรู้อีกมากเกี่ยวกับสายพันธุ์ย่อยชนิดนี้ แต่เขาเชื่อว่ามันไม่น่าสร้างปัญหาใหญ่ให้แก่ประเทศต่างๆ อย่างสหราชอาณาจักร ซึ่งมีระดับการภูมิคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีนและการติดเชื้อครั้งก่อนสูง

ศ.เฮย์แมนน์ เป็นห่วงประเทศอย่างจีนมากกว่า เนื่องจากมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำและภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติน้อยเนื่องจากการล็อกดาวน์เป็นเวลานาน “จีนจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อ เพื่อดูว่าไวรัสสายพันธุ์นี้มีพฤติกรรมอย่างไรในหมู่ประชากรที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน”.





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbc, cna, yahoo

คุณกำลังดู: โอมิครอน XBB.1.5 โควิดสายพันธุ์แพร่ไวสุด น่ากังวลแค่ไหน?

หมวดหมู่: ต่างประเทศ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด